ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร ใครต้องยื่น

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้ของบุคคลทั่วไป เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง และรายได้จากการค้าขาย โดยนำรายได้มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามสิทธิก่อนคำนวณภาษี คนที่มีรายได้เข้าเกณฑ์ต้องยื่นภาษี เพื่อแจ้งข้อมูลต่อกรมสรรพากร แต่ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับผลคำนวณของแต่ละคน

ใครบ้างที่ควรตรวจสอบว่าต้องยื่นภาษี?

คนที่มีรายได้ทั้งพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ให้เช่าทรัพย์สิน ควรตรวจสอบหน้าที่ยื่นภาษีของตัวเอง การพิจารณาต้องดูประเภทเงินได้ ยอดรายได้ตลอดปี และสถานภาพสมรสประกอบกัน จึงไม่ควรตัดสินจากอาชีพ หรือการมีนายจ้างเพียงอย่างเดียว ว่าเราต้องยื่นหรือไม่ต้องยื่นภาษี

มีรายได้เท่าไรถึงต้องยื่นภาษี?

กรมสรรพากรกำหนดว่า คนโสดที่มีเงินเดือนเพียงอย่างเดียวเกิน 120,000 บาทต่อปี หรือมีเงินได้ประเภทอื่นเกิน 60,000 บาทต่อปี ต้องยื่นแบบ สำหรับผู้สมรส เกณฑ์เงินเดือนเพียงอย่างเดียวอยู่ที่เกิน 220,000 บาทต่อปี และเงินได้ประเภทอื่นเกิน 120,000 บาทต่อปี โดยพิจารณารายได้รวม ของคู่สมรสตามหลักเกณฑ์ ทั้งหมดนี้ใช้ยอดเงินได้พึงประเมิน ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (2020-11-21) [1]

ต้องยื่นภาษี แปลว่าต้องจ่ายภาษีด้วยไหม?

ไม่เสมอไป เพราะหน้าที่ยื่นแบบดูจากเกณฑ์รายได้ ส่วนภาษีที่ต้องจ่ายดูจากผลคำนวณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอธิบายว่า แม้เงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงยกเว้นภาษี ตามวิธีคำนวณจากเงินได้สุทธิ แต่ถ้ารายได้เข้าเกณฑ์ ก็ยังต้องยื่นแบบ ผู้มีเงินได้บางประเภท ยังต้องตรวจสอบวิธีคำนวณ จากยอดเงินได้พึงประเมินเพิ่มเติมด้วย (2024-01-31) [2]

รายได้แบบไหนต้องนำมาคำนวณภาษี?

รายได้ที่ต้องพิจารณาไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่รวมถึงโบนัส ค่ารับจ้าง ค่านายหน้า ค่าเช่า และรายได้จากการทำธุรกิจด้วย โดยต้องแยกประเภท ให้ตรงกับลักษณะงาน และที่มาของเงิน เพราะแต่ละประเภท มีหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่ายต่างกัน ส่วนรายได้ที่ได้รับยกเว้น หรือมีสิทธิเลือกเสียภาษีแยก ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของรายการนั้น ก่อนนำมารวมคำนวณ

มีเงินเดือนและรายได้เสริม ต้องรวมคำนวณอย่างไร?

โดยทั่วไปต้องรวบรวมเงินเดือน และรายได้เสริม ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีในปีเดียวกัน แล้วแยกรายการตามประเภทเงินได้ให้ถูกต้อง จากนั้นจึงหักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ของแต่ละประเภท ก่อนนำไปหักค่าลดหย่อน และคำนวณภาษี การแยกบันทึกรายได้ตั้งแต่ระหว่างปี จะช่วยให้ตรวจยอดได้ง่าย และลดโอกาสลืมรายได้จากงานเล็ก ๆ ที่รับเป็นครั้งคราว

เงินได้พึงประเมินกับเงินได้สุทธิต่างกันอย่างไร?

เงินได้พึงประเมินคือเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ที่ได้รับ ซึ่งเข้าลักษณะเงินได้ตามกฎหมายภาษี ส่วนเงินได้สุทธิ คือยอดที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และรายการที่กฎหมายให้หักได้ตามลำดับ จึงควรแยกยอดก่อนหักกับยอดหลังหักให้ชัด เพราะใช้พิจารณาคนละส่วน ในการยื่นและคำนวณภาษี

ค่าใช้จ่ายทางภาษีคืออะไร?

ค่าใช้จ่ายทางภาษี คือจำนวนที่กฎหมายยอมให้นำมาหัก จากเงินได้แต่ละประเภทก่อนหักค่าลดหย่อน บางประเภทกำหนดให้หักแบบเหมา ขณะที่บางประเภทสามารถเลือกหักตามจริงได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขและมีหลักฐานรองรับ จึงไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายทุกอย่างที่จ่ายไปในชีวิตประจำวัน จะนำมาหักภาษีได้ทั้งหมด

คนขายของต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อหักค่าใช้จ่าย?

คนขายของควรเก็บข้อมูลยอดขาย การซื้อสินค้า และรายจ่ายของกิจการให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยเฉพาะเมื่อเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หากพบว่าสต๊อกติดลบ ควรตรวจรายการรับเข้า ขายออก และคืนสินค้า เพื่อให้ข้อมูลต้นทุนสอดคล้องกับเอกสาร การมีบันทึกครบช่วยตรวจความถูกต้องได้ แต่รายการที่จะหักภาษี ยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ของเงินได้ประเภทนั้นด้วย

ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร?

ค่าลดหย่อนภาษี คือรายการที่กฎหมายให้หักเพิ่มเติม จากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว และรายการออมหรือประกันที่เข้าเงื่อนไข แต่ละรายการมีข้อกำหนด วงเงิน และเอกสารประกอบต่างกัน จึงควรตรวจสอบสิทธิของปีภาษี ที่กำลังยื่นก่อนใช้จริง การจ่ายเงินในรายการที่ดูคล้ายกัน ไม่ได้แปลว่าจะใช้ลดหย่อนได้เหมือนกันทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายกับค่าลดหย่อนต่างกันอย่างไร?

ค่าใช้จ่ายผูกกับประเภท และลักษณะการหารายได้ ส่วนค่าลดหย่อนผูกกับสิทธิส่วนบุคคล หรือรายการที่กฎหมายสนับสนุน เช่น พนักงานใช้หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายของเงินเดือนก่อน แล้วจึงใช้สิทธิลดหย่อนที่ตนมีตามเงื่อนไข การแยกให้ถูกช่วยให้กรอกแบบตรงช่อง และไม่เผลอนำรายจ่ายเดียวกัน ไปใช้สิทธิซ้ำโดยไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?

วิธีทั่วไปคือรวมเงินได้ที่ต้องเสียภาษี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามสิทธิ แล้วนำเงินได้สุทธิ ไปคำนวณตามอัตราภาษีแต่ละช่วง ผู้มีเงินได้ที่เข้าเงื่อนไข ต้องคำนวณจากยอดเงินได้พึงประเมินอีกวิธีหนึ่ง และเปรียบเทียบตามหลักเกณฑ์ด้วย เมื่อได้ภาษีที่ต้องเสียแล้ว จึงนำ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีครึ่งปีที่ชำระไว้ และเครดิตภาษีที่ใช้ได้มาหัก เพื่อดูว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือมีสิทธิขอคืน

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องยื่นอีกไหม?

ยังต้องยื่นหากมีรายได้เข้าเกณฑ์ เพราะการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยทั่วไปเป็นการชำระภาษีไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ทำให้หน้าที่ยื่นแบบสิ้นสุดลง ตอนยื่นจึงต้องนำรายได้และยอดภาษีที่ถูกหักไว้ มาแสดงให้ครบตามหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม เงินได้บางรายการมีสิทธิเลือกให้ภาษีที่ถูกหักเป็นภาษีสุดท้ายได้ จึงต้องตรวจเงื่อนไขเฉพาะก่อนตัดสินใจนำมารวมคำนวณ

ต้องใช้แบบไหน และยื่นภาษีเมื่อไร?

หากมีเฉพาะเงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือนและโบนัส ให้ใช้แบบ ภ.ง.ด. 91 ส่วนผู้มีเงินได้ประเภทอื่น ที่ต้องนำมารวมยื่นให้ใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 โดยทั่วไปยื่นช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป ส่วนกำหนดเวลายื่นออนไลน์ ควรตรวจประกาศของแต่ละปี ผู้มีรายได้จากค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา หรือธุรกิจบางกรณี ต้องยื่นแบบครึ่งปี ภ.ง.ด. 94 ด้วยเมื่อเข้าเกณฑ์ (2023-02-13) [3]

ก่อนยื่นภาษีควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ควรรวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สรุปรายได้จากแต่ละแหล่ง และหลักฐานค่าใช้จ่ายกรณีใช้สิทธิหักตามจริง พร้อมเตรียมเอกสารค่าลดหย่อนที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองเบี้ยประกัน หลักฐานการออม และข้อมูลครอบครัวที่ใช้สิทธิ แม้ระบบออนไลน์จะแสดงข้อมูลบางรายการไว้แล้ว ก็ควรตรวจเทียบกับเอกสารของตัวเอง ก่อนยืนยันแบบทุกครั้ง

ยื่นแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย จะขอคืนภาษีได้ไหม?

ขอคืนได้หากมีภาษีที่ชำระไว้ หรือถูกหักไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง ไม่ใช่เพียงเพราะคำนวณแล้ว ไม่มีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม เช่น คนที่ถูกหักภาษีจากเงินเดือนไว้ แต่เมื่อใช้สิทธิครบแล้ว มีภาษีที่ต้องเสียต่ำกว่ายอดที่ถูกหัก ก็อาจมีสิทธิขอคืนส่วนต่าง ควรแสดงความประสงค์ขอคืนในแบบ และเก็บหลักฐานให้พร้อม หากกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบ

สรุป เช็กหน้าที่ยื่นก่อนคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ

การทำความเข้าใจภาษี ควรเริ่มจากตรวจว่ามีรายได้ประเภทไหน และยอดรายได้เข้าเกณฑ์ต้องยื่นแบบหรือไม่ จากนั้นจึงแยกค่าใช้จ่าย ตรวจสิทธิลดหย่อน และคำนวณภาษีตามหลักเกณฑ์ให้ครบ แม้สุดท้ายจะไม่มีภาษีต้องจ่าย ก็ยังอาจมีหน้าที่ยื่นแบบได้ การเก็บเอกสาร และตรวจข้อมูลตั้งแต่ระหว่างปี จึงช่วยให้ยื่นได้ถูกต้อง และใช้สิทธิที่มีได้ครบขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง