ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครบ้างต้องเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากกิจการหรือธุรกรรมบางประเภทตามประมวลรัษฎากร เช่น ธุรกิจธนาคาร การรับจำนำ กิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีรายได้จากธุรกิจจะต้องเสียภาษีประเภทนี้ โดยต้องตรวจลักษณะกิจการและข้อยกเว้นตามกฎหมายก่อน (2024-11-11) [1]

เช็กอย่างไรว่าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?

การตรวจสอบว่าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ควรเริ่มจากประเภทกิจการ ลักษณะรายได้ และข้อยกเว้น ก่อนพิจารณาฐานภาษี อัตราภาษี และหน้าที่ในการยื่นแบบ เพื่อป้องกันการคำนวณหรือชำระภาษีผิดประเภท

เช็กข้อที่ 1 กิจการหรือธุรกรรมอยู่ในขอบเขตภาษีหรือไม่?

เริ่มจากตรวจว่ากิจการอยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะการขายสินค้าและให้บริการทั่วไปไม่ได้อยู่ในขอบเขตภาษีธุรกิจเฉพาะทั้งหมด โดยกิจการที่อาจเข้าข่าย ได้แก่

  • ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  • กิจการรับประกันชีวิตและโรงรับจำนำ
  • กิจการที่ประกอบโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงินหรือแลกเปลี่ยนเงินตราตามลักษณะที่กฎหมายกำหนด
  • การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร
  • กิจการอื่นที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะ

ทั้งนี้ การมีรายได้จากดอกเบี้ยหรือการขายทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเสมอไป ต้องพิจารณาลักษณะกิจการและเงื่อนไขทางกฎหมายประกอบด้วย

เช็กข้อที่ 2 ผู้มีรายได้เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล?

ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอาจมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะได้ หากประกอบกิจการหรือทำธุรกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมาย จึงไม่สามารถใช้สถานะของผู้มีรายได้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น บุคคลธรรมดาที่ขายบ้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่บริษัทซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าทั่วไปไม่ได้มีหน้าที่เสียภาษีประเภทนี้เพียงเพราะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ยังต้องตรวจหน้าที่ภาษีประเภทอื่นตามลักษณะกิจการ

เช็กข้อที่ 3 ธุรกรรมได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่?

แม้กิจการหรือธุรกรรมจะอยู่ในขอบเขตภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่บางกรณีอาจได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จึงควรตรวจข้อยกเว้นก่อนคำนวณภาษี โดยเฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดา

สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ซึ่งไม่ได้เข้าข่ายการขายเพื่อการค้าตามลักษณะอื่นที่กฎหมายกำหนด อาจได้รับยกเว้น เช่น การขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมรดก หรือการขายที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านรวมไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี (2022-11-21) [2]

อย่างไรก็ตาม การได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้หมายความว่าได้รับยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นทั้งหมด ผู้ขายจึงควรตรวจภาระค่าใช้จ่าย ณ วันโอนแยกต่างหาก

เช็กข้อที่ 4 ต้องคำนวณภาษีจากฐานใดและอัตราเท่าไร?

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้คำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการทุกประเภท แต่ใช้ฐานภาษีที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจเป็นดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม รายรับ หรือมูลค่าจากธุรกรรมตามประเภทกิจการ

สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร กรมสรรพากรกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% และภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยทั่วไปใช้ราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ที่สูงกว่าเป็นฐานคำนวณ ส่วนกรณีติดจำนองหรือมีราคาซื้อขายจริงสูงกว่าที่แจ้ง ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติม (2022-11-21) [2]

เช็กข้อที่ 5 ต้องจดทะเบียนและยื่นแบบอะไร?

ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร (2020-11-16) [3]

สำหรับกิจการที่มีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ให้ใช้แบบ ภ.ธ.40 และต้องยื่นตามกำหนดแม้ไม่มีรายรับในเดือนนั้น ส่วนการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยทั่วไปให้ยื่นแบบและชำระภาษีขณะจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน ไม่ต้องยื่นแบบรายเดือนสำหรับธุรกรรมนั้น

เช็กข้อที่ 6 ภาษีธุรกิจเฉพาะต่างจาก VAT อย่างไร?

ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บจากกิจการหรือธุรกรรมที่กฎหมายกำหนด ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จัดเก็บจากการขายสินค้าและการให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT โดยทั้งสองประเภทมีฐานภาษี วิธีคำนวณ และหน้าที่ยื่นแบบแตกต่างกัน

รายการ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

VAT

ขอบเขต

กิจการหรือธุรกรรมเฉพาะที่กฎหมายกำหนด

การขายสินค้าและให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT

ฐานภาษี

ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและรายรับตามกฎหมาย

มูลค่าของสินค้าหรือบริการตามหลักเกณฑ์ VAT

การคำนวณ

ใช้อัตราตามประเภทกิจการ

ใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้บังคับ

แบบแสดงรายการหลัก

ภ.ธ.40

ภ.พ.30

ใบกำกับภาษี

การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้มีหน้าที่ออกใบกำกับ VAT

ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีตามเงื่อนไข

ทั้งนี้ กิจการเดียวกันอาจมีธุรกรรมที่อยู่ในบังคับภาษีต่างประเภท จึงควรแยกพิจารณาหน้าที่ทางภาษีของแต่ละธุรกรรม รวมถึงการออกใบกำกับภาษี หากต้องการทราบว่า e-tax invoice คือ อะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้

ตัวอย่างสมมติคำนวณภาษี

ตัวอย่างสมมติ หากขายบ้านราคา 3,000,000 บาท และราคาประเมินทุนทรัพย์อยู่ที่ 2,800,000 บาท โดยสมมติว่าธุรกรรมนี้ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและไม่มีมาตรการลดอัตราภาษีที่ใช้บังคับ

  • ฐานคำนวณภาษี = 3,000,000 บาท
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% = 90,000 บาท
  • ภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ = 9,000 บาท
  • รวมภาษีที่ต้องชำระ = 99,000 บาท

ตัวอย่างนี้แสดงเฉพาะวิธีคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีท้องถิ่น ไม่รวมภาษีเงินได้ ค่าธรรมเนียมโอน หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างสมมติ ขายบ้านแล้วต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไหม?

ตัวอย่างสมมติ กำหนดให้ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินหรือสร้างบ้านเพื่อขาย โดยพิจารณาจากระยะเวลาถือครอง วิธีได้มาซึ่งบ้าน และข้อยกเว้นตามกฎหมาย

สถานการณ์สมมติ

ผลเบื้องต้น

ซื้อบ้านมา 3 ปีแล้วขาย โดยไม่มีข้อยกเว้นอื่น

เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ซื้อบ้านมา 3 ปี ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก และมีชื่อในทะเบียนบ้านรวมไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา

อาจได้รับยกเว้นตามเงื่อนไข

ได้บ้านจากมรดกแล้วขาย

โดยทั่วไปได้รับยกเว้นตามเงื่อนไขการได้มาโดยมรดก

ซื้อบ้านมาเกิน 5 ปีแล้วขาย

โดยทั่วไปไม่เข้าข่ายจากเกณฑ์การขายภายใน 5 ปี

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาถือครองไม่ใช่เงื่อนไขเดียวที่ใช้ตัดสิน เพราะต้องพิจารณาวิธีได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ การใช้เป็นที่อยู่อาศัย และลักษณะการขายประกอบกันด้วย

กรมสรรพากรระบุว่าการนับระยะเวลาถือครองเพื่อพิจารณาภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้นับตั้งแต่วันที่ได้มาจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์จริง ไม่ใช่นับเป็นปีปฏิทินเหมือนหลักเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบางกรณี (2022-11-21) [2]

ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายเสียภาษี ควรตรวจอะไรเพิ่มเติม?

หากยังไม่แน่ใจว่ากิจการหรือธุรกรรมของตนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ควรรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนสอบถามกรมสรรพากรหรือดำเนินการยื่นภาษี

  • ประเภทกิจการ: ตรวจว่ารายได้เกิดจากการประกอบกิจการลักษณะใด
  • ลักษณะธุรกรรม: ตรวจสัญญา รายรับ และวิธีดำเนินธุรกิจ
  • ข้อยกเว้น: ตรวจว่ามีกฎหมายหรือเงื่อนไขยกเว้นที่ใช้กับกรณีของตนหรือไม่
  • ฐานภาษี: ตรวจว่าต้องใช้รายรับประเภทใดในการคำนวณ
  • หน้าที่ยื่นแบบ: ตรวจว่าต้องจดทะเบียน ยื่นแบบรายเดือน หรือชำระภาษีขณะทำธุรกรรม

สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ ควรเตรียมเอกสารการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หลักฐานวันถือครอง ทะเบียนบ้าน และข้อมูลราคาขายหรือราคาประเมิน เพื่อให้ตรวจเงื่อนไขทางภาษีได้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด

สรุปใครบ้างต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีสำหรับกิจการหรือธุรกรรมที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ภาษีที่ทุกธุรกิจต้องเสีย ผู้มีรายได้ควรตรวจประเภทกิจการ ข้อยกเว้น ฐานภาษี และหน้าที่ยื่นแบบก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพิจารณาระยะเวลาถือครองและเงื่อนไขอื่นร่วมกัน หากไม่แน่ใจควรตรวจข้อมูลกับกรมสรรพากรก่อนชำระภาษี

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง