
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครบ้างต้องเสีย
- Wynn
- 11 views

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากกิจการหรือธุรกรรมบางประเภทตามประมวลรัษฎากร เช่น ธุรกิจธนาคาร การรับจำนำ กิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีรายได้จากธุรกิจจะต้องเสียภาษีประเภทนี้ โดยต้องตรวจลักษณะกิจการและข้อยกเว้นตามกฎหมายก่อน (2024-11-11) [1]
การตรวจสอบว่าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ควรเริ่มจากประเภทกิจการ ลักษณะรายได้ และข้อยกเว้น ก่อนพิจารณาฐานภาษี อัตราภาษี และหน้าที่ในการยื่นแบบ เพื่อป้องกันการคำนวณหรือชำระภาษีผิดประเภท
เริ่มจากตรวจว่ากิจการอยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะการขายสินค้าและให้บริการทั่วไปไม่ได้อยู่ในขอบเขตภาษีธุรกิจเฉพาะทั้งหมด โดยกิจการที่อาจเข้าข่าย ได้แก่
ทั้งนี้ การมีรายได้จากดอกเบี้ยหรือการขายทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเสมอไป ต้องพิจารณาลักษณะกิจการและเงื่อนไขทางกฎหมายประกอบด้วย
ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอาจมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะได้ หากประกอบกิจการหรือทำธุรกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมาย จึงไม่สามารถใช้สถานะของผู้มีรายได้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น บุคคลธรรมดาที่ขายบ้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่บริษัทซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าทั่วไปไม่ได้มีหน้าที่เสียภาษีประเภทนี้เพียงเพราะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ยังต้องตรวจหน้าที่ภาษีประเภทอื่นตามลักษณะกิจการ
แม้กิจการหรือธุรกรรมจะอยู่ในขอบเขตภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่บางกรณีอาจได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จึงควรตรวจข้อยกเว้นก่อนคำนวณภาษี โดยเฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดา
สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ซึ่งไม่ได้เข้าข่ายการขายเพื่อการค้าตามลักษณะอื่นที่กฎหมายกำหนด อาจได้รับยกเว้น เช่น การขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมรดก หรือการขายที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านรวมไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี (2022-11-21) [2]
อย่างไรก็ตาม การได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้หมายความว่าได้รับยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นทั้งหมด ผู้ขายจึงควรตรวจภาระค่าใช้จ่าย ณ วันโอนแยกต่างหาก
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้คำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการทุกประเภท แต่ใช้ฐานภาษีที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจเป็นดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม รายรับ หรือมูลค่าจากธุรกรรมตามประเภทกิจการ
สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร กรมสรรพากรกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% และภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยทั่วไปใช้ราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ที่สูงกว่าเป็นฐานคำนวณ ส่วนกรณีติดจำนองหรือมีราคาซื้อขายจริงสูงกว่าที่แจ้ง ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติม (2022-11-21) [2]
ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร (2020-11-16) [3]
สำหรับกิจการที่มีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ให้ใช้แบบ ภ.ธ.40 และต้องยื่นตามกำหนดแม้ไม่มีรายรับในเดือนนั้น ส่วนการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยทั่วไปให้ยื่นแบบและชำระภาษีขณะจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน ไม่ต้องยื่นแบบรายเดือนสำหรับธุรกรรมนั้น
ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บจากกิจการหรือธุรกรรมที่กฎหมายกำหนด ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จัดเก็บจากการขายสินค้าและการให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT โดยทั้งสองประเภทมีฐานภาษี วิธีคำนวณ และหน้าที่ยื่นแบบแตกต่างกัน
รายการ | ภาษีธุรกิจเฉพาะ | VAT |
|---|---|---|
ขอบเขต | กิจการหรือธุรกรรมเฉพาะที่กฎหมายกำหนด | การขายสินค้าและให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT |
ฐานภาษี | ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและรายรับตามกฎหมาย | มูลค่าของสินค้าหรือบริการตามหลักเกณฑ์ VAT |
การคำนวณ | ใช้อัตราตามประเภทกิจการ | ใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้บังคับ |
แบบแสดงรายการหลัก | ภ.ธ.40 | ภ.พ.30 |
ใบกำกับภาษี | การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้มีหน้าที่ออกใบกำกับ VAT | ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีตามเงื่อนไข |
ทั้งนี้ กิจการเดียวกันอาจมีธุรกรรมที่อยู่ในบังคับภาษีต่างประเภท จึงควรแยกพิจารณาหน้าที่ทางภาษีของแต่ละธุรกรรม รวมถึงการออกใบกำกับภาษี หากต้องการทราบว่า e-tax invoice คือ อะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้
ตัวอย่างสมมติ หากขายบ้านราคา 3,000,000 บาท และราคาประเมินทุนทรัพย์อยู่ที่ 2,800,000 บาท โดยสมมติว่าธุรกรรมนี้ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและไม่มีมาตรการลดอัตราภาษีที่ใช้บังคับ
ตัวอย่างนี้แสดงเฉพาะวิธีคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีท้องถิ่น ไม่รวมภาษีเงินได้ ค่าธรรมเนียมโอน หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น
ตัวอย่างสมมติ กำหนดให้ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินหรือสร้างบ้านเพื่อขาย โดยพิจารณาจากระยะเวลาถือครอง วิธีได้มาซึ่งบ้าน และข้อยกเว้นตามกฎหมาย
สถานการณ์สมมติ | ผลเบื้องต้น |
|---|---|
ซื้อบ้านมา 3 ปีแล้วขาย โดยไม่มีข้อยกเว้นอื่น | เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ |
ซื้อบ้านมา 3 ปี ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก และมีชื่อในทะเบียนบ้านรวมไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา | อาจได้รับยกเว้นตามเงื่อนไข |
ได้บ้านจากมรดกแล้วขาย | โดยทั่วไปได้รับยกเว้นตามเงื่อนไขการได้มาโดยมรดก |
ซื้อบ้านมาเกิน 5 ปีแล้วขาย | โดยทั่วไปไม่เข้าข่ายจากเกณฑ์การขายภายใน 5 ปี |
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาถือครองไม่ใช่เงื่อนไขเดียวที่ใช้ตัดสิน เพราะต้องพิจารณาวิธีได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ การใช้เป็นที่อยู่อาศัย และลักษณะการขายประกอบกันด้วย
กรมสรรพากรระบุว่าการนับระยะเวลาถือครองเพื่อพิจารณาภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้นับตั้งแต่วันที่ได้มาจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์จริง ไม่ใช่นับเป็นปีปฏิทินเหมือนหลักเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบางกรณี (2022-11-21) [2]
หากยังไม่แน่ใจว่ากิจการหรือธุรกรรมของตนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ควรรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนสอบถามกรมสรรพากรหรือดำเนินการยื่นภาษี
สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ ควรเตรียมเอกสารการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หลักฐานวันถือครอง ทะเบียนบ้าน และข้อมูลราคาขายหรือราคาประเมิน เพื่อให้ตรวจเงื่อนไขทางภาษีได้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีสำหรับกิจการหรือธุรกรรมที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ภาษีที่ทุกธุรกิจต้องเสีย ผู้มีรายได้ควรตรวจประเภทกิจการ ข้อยกเว้น ฐานภาษี และหน้าที่ยื่นแบบก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพิจารณาระยะเวลาถือครองและเงื่อนไขอื่นร่วมกัน หากไม่แน่ใจควรตรวจข้อมูลกับกรมสรรพากรก่อนชำระภาษี

