
บัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล ดอกเบี้ยสูงกว่าจริงไหม เงื่อนไขมีอะไรบ้าง
- เฮียเกา
- 4 views

บัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล คือบัญชีเงินฝากที่เปิดและใช้งานผ่านแอปของธนาคารเป็นหลัก ไม่มีสมุดบัญชี และส่วนใหญ่ไม่ต้องเดินเข้าสาขา ตัวอย่างที่คนรู้จักกันดีอาทิ K-eSavings ของกสิกรไทย SCB Easy Savings และ Krungthai NEXT Saving
จุดเด่นที่ทำให้หลายคนสนใจคือดอกเบี้ยที่ธนาคารตั้งไว้สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป โดยแลกกับเงื่อนไขบางอย่าง ทั้งการเปิดผ่านแอป การจำกัดช่องทางถอน และเพดานยอดเงินที่ได้ดอกเบี้ยสูง ข้อมูลที่รวบรวมมาเป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำให้ฝากกับธนาคารใด
ธนาคารอาจเรียกชื่อต่างกัน ทั้ง e-Savings, Digital Savings หรือบัญชีออนไลน์ แต่หลักการใกล้เคียงกัน คือเปิดและทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีประกาศอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา จึงควรเช็กประกาศฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจ
ถ้าดูจากประกาศของ KBank ที่มีผล 9 พ.ค. 2569 บัญชี K-eSavings ให้ดอกเบี้ย 1.25 เปอร์เซ็นต์ต่อปีสำหรับยอดไม่เกิน 500,000 บาท ขณะที่บัญชีออมทรัพย์ปกติของธนาคารเดียวกันอยู่ที่ราว 0.25 เปอร์เซ็นต์ตามประกาศ 6 ม.ค. 2569 จึงสูงกว่าหลายเท่าในช่วงยอดเงินดังกล่าว (2026-05-09) [1]
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อ้างอิงธนาคารเดียวและช่วงเวลาเดียว ส่วนอัตราบัญชีออมทรัพย์ปกติในประกาศเดือน พ.ค. เราอ่านตารางใน PDF ไม่ชัด จึงใช้ตัวเลขเดือน ม.ค. มาเทียบ ส่วนธนาคารอื่นต้องเปิดประกาศของแต่ละแห่งเทียบเอง
อีกเรื่องคืออัตราดอกเบี้ยขยับลงได้ตามทิศทางนโยบายการเงิน ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25 เหลือ 1.00 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 25 ก.พ. 2569 และคงไว้ในการประชุม 26 ส.ค. 2569 ส่วน KBank ก็ปรับ K-eSavings ลงจาก 1.35 เหลือ 1.25 เปอร์เซ็นต์ตามประกาศในช่วงปี 2569
ดอกเบี้ยขั้นบันไดคือการที่ธนาคารแบ่งยอดเงินเป็นช่วง แต่ละช่วงได้อัตราไม่เท่ากัน โดยปกติช่วงแรกได้สูงสุด พอเกินเพดานของช่วงนั้น ส่วนที่เกินจะได้อัตราต่ำลง ไม่ได้แปลว่าเงินทั้งก้อนถูกลดดอกเบี้ย แต่คิดแยกเป็นท่อนตามแต่ละขั้น
ข่าวเดลินิวส์ 10 มี.ค. 2569 ระบุว่า Krungthai NEXT Saving ได้ 1.25 เปอร์เซ็นต์ถึง 500,000 บาท ช่วง 500,000 ถึง 1 ล้านบาทได้ 0.80 เปอร์เซ็นต์ และส่วนเกิน 1 ล้านบาทได้ 0.35 เปอร์เซ็นต์ ส่วน SCB Easy Savings ได้ 1.45 เปอร์เซ็นต์ถึง 1 ล้านบาท และ 0.40 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่เกิน (2026-03-10) [2]
แต่ละธนาคารวางเพดานต่างกัน บางแห่งเป็น 500,000 บาท บางแห่งเป็น 1 ล้านบาท จึงเทียบเฉพาะอัตราสูงสุดอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูด้วยว่าเงินของเราอยู่ในขั้นไหน และตัวเลขจากข่าวเป็นของเดือน มี.ค. 2569 ต้องเช็กประกาศปัจจุบันของธนาคารอีกครั้ง

สมมติมีเงิน 600,000 บาทใน K-eSavings ที่ได้ 1.25 เปอร์เซ็นต์ถึง 500,000 บาท และ 0.35 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่เกิน ดอกเบี้ยต่อปีคือ 500,000 คูณ 1.25 เปอร์เซ็นต์ ได้ 6,250 บาท บวก 100,000 คูณ 0.35 เปอร์เซ็นต์ ได้ 350 บาท รวมประมาณ 6,600 บาทก่อนภาษี
ถ้าเงินก้อนเดียวกันอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ปกติที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ จะได้ราว 1,500 บาทต่อปี ส่วนต่างจึงอยู่ที่ประมาณ 5,100 บาท นี่เป็นการคำนวณของเราเองจากอัตราที่ประกาศ โดยสมมติว่ายอดเงินคงที่ตลอดปีและอัตราไม่เปลี่ยน ซึ่งในความจริงอาจไม่เป็นแบบนั้น
ดอกเบี้ยระดับนี้ยังต่ำกว่า 20,000 บาทต่อปี จึงอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อมูลที่รวบรวมมา แต่ถ้าสมมติว่ามีบัญชีดอกเบี้ยอื่นอยู่ด้วย ต้องนับดอกเบี้ยรวมทุกธนาคาร รายละเอียดอยู่ในหัวข้อเรื่องภาษีด้านล่าง
บางธนาคารให้ดอกเบี้ยพื้นฐานต่ำ แล้วเสริมด้วยโบนัสเมื่อทำตามเงื่อนไข อย่าง ttb me save ที่ข้อมูลจาก Kapook วันที่ 10 มี.ค. 2569 ระบุว่าโบนัสต้องมียอดฝากมากกว่ายอดถอนทุกเดือน ฐาน 0.80 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 100,000 บาทแรก และเป็น 1.80 เปอร์เซ็นต์ถ้าได้โบนัส
UOB TMRW ตั้งฐาน 0.25 เปอร์เซ็นต์ บวกโบนัส 1.15 เปอร์เซ็นต์ โดยโบนัสต้องมียอดเฉลี่ยเดือนนี้ไม่ต่ำกว่าเดือนก่อน ส่วน KKP Dime! Save ให้ 3.00 เปอร์เซ็นต์กับ 10,000 บาทแรก แต่ข้อมูลของแบงก์เหล่านี้เป็นช่วง ม.ค. ถึง มี.ค. 2569 และเรายังไม่พบประกาศทางการที่ยืนยันว่ายังใช้อยู่
ถ้าอ่านแบบคนทั่วไป ตัวเลขดอกเบี้ยสูงมักมีเงื่อนไขผูกอยู่เสมอ ทั้งยอดฝากต่อเดือน ยอดเฉลี่ย หรือเพดานยอดเงิน ก่อนมองตัวเลขใหญ่ ๆ ควรถามตัวเองว่าทำตามเงื่อนไขได้จริงทุกเดือนไหม ถ้าทำไม่ได้ ดอกเบี้ยที่ได้อาจเหลือแค่อัตราฐาน
บัญชีแบบดิจิทัลมักไม่มีสมุดบัญชี และบางแห่งจำกัดช่องทาง อย่าง Bualuang e-Savings ของธนาคารกรุงเทพที่ไม่ให้ถอนผ่านเคาน์เตอร์สาขา ยกเว้นถอนเพื่อปิดบัญชี ส่วน K-eSavings เปิดผ่าน K PLUS และถอนหรือโอนได้ผ่าน K PLUS บัตร ATM และ QR ตามเงื่อนไขแต่ละช่องทาง
เรื่องค่าธรรมเนียมก็ควรอ่านรายละเอียด K-eSavings คิดค่ารักษาบัญชี 20 บาทต่อเดือนเมื่อไม่มีรายการเกิน 1 ปีและยอดต่ำกว่า 2,000 บาท ส่วน SCB Easy และ KKP Dime! Save ระบุค่าธรรมเนียม 50 บาทต่อเดือนในกรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวและยอดต่ำตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง
มีข่าวว่า Bualuang e-Savings จะให้เหลือเงินอย่างน้อย 2,000 บาทหลังถอนหรือโอน เริ่ม 9 เม.ย. 2569 แต่ข่าวเดลินิวส์อีกชิ้นเมื่อ 10 มี.ค. 2569 รายงานว่าเลื่อนไม่มีกำหนด เราไม่พบข่าวว่ากลับมาใช้ จึงควรถามธนาคารโดยตรง ส่วนวงเงินถอนเงินสดแต่ละช่องทางเรายังไม่ได้ยืนยันตัวเลข

เรื่องภาษี ข่าวเดลินิวส์ 4 ส.ค. 2568 ระบุว่าถ้าดอกเบี้ยรวมทุกธนาคารเกิน 20,000 บาทต่อปี จะถูกหักภาษี 15 เปอร์เซ็นต์จากดอกเบี้ยทั้งปี ส่วนหน้าเว็บกรมสรรพากรที่ปรับปรุงล่าสุด ก.พ. 2565 ระบุการยกเว้นดอกเบี้ยออมทรัพย์รวมไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษี
เรื่องความคุ้มครอง สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ระบุวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน คุ้มครองบัญชีออมทรัพย์ ฝากประจำ และกระแสรายวัน ตามหน้าเว็บที่ปรับปรุงล่าสุด 2 มิ.ย. 2569 และเงินฝากหลายบัญชีในธนาคารเดียวกันถูกนับรวมกันเมื่อคิดวงเงิน (2026-06-02) [3]
คำถามที่หลายคนสงสัยคือบัญชีไม่มีสมุดได้รับความคุ้มครองไหม คำตอบจากหน้าคำถามที่พบบ่อยของ DPA คือบัญชี e-saving ที่ไม่มีสมุดได้รับความคุ้มครอง แต่เงินใน e-wallet หรือ e-money ไม่ได้รับ หน้านี้ไม่ระบุวันที่ จึงควรเช็กกับ DPA อีกครั้ง
ก่อนเปิดบัญชี ควรอ่านอย่างน้อยสี่เรื่องคือ อัตราดอกเบี้ยตามประกาศล่าสุด เพดานของแต่ละขั้น เงื่อนไขโบนัส และค่าธรรมเนียมกับข้อจำกัดการถอน อาทิ K-eSavings เปิดได้ 1 บัญชีต่อคน ส่วน ttb me save ระบุว่าไม่ใช้บัตร ATM หรือบัตรเดบิต
เรื่องความปลอดภัย ธปท. แถลงข่าวเมื่อ 31 ก.ค. 2569 ว่ามิจฉาชีพใช้บัญชีเยาวชนและ e-Money เป็นบัญชีม้า และการเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีความผิดตามกฎหมาย จึงไม่ควรรับจ้างเปิดบัญชีหรือให้ใครยืมบัญชี แม้มีค่าตอบแทน
ข้อมูลทั้งหมดเป็นการรวบรวมจากแหล่งที่อ้างอิงไว้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขได้ตามประกาศ ก่อนตัดสินใจจึงควรเปิดประกาศล่าสุดของธนาคารที่สนใจ และถ้ามีเงินก้อนใหญ่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต
ได้ ตามข้อมูลจาก DPA บัญชี e-saving ที่ไม่มีสมุดได้รับความคุ้มครองวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน แต่เงินใน e-wallet หรือ e-money ไม่ได้รับความคุ้มครอง

จริงตามประกาศที่เราตรวจ K-eSavings ได้ 1.25 เปอร์เซ็นต์สำหรับยอดไม่เกิน 500,000 บาท เทียบกับราว 0.25 เปอร์เซ็นต์ของบัญชีออมทรัพย์ปกติของ KBank แต่ต้องดูขั้นบันไดและเงื่อนไขโบนัส และอัตราปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศของธนาคาร
คือการคิดดอกเบี้ยแยกตามช่วงยอดเงิน ช่วงแรกได้อัตราสูง ส่วนที่เกินเพดานได้อัตราต่ำลง ไม่ได้ลดดอกเบี้ยของเงินทั้งก้อน
ตามข้อมูลที่รวบรวมมา ถ้าดอกเบี้ยรวมทุกธนาคารไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีจะไม่ถูกหักภาษี แต่ถ้าเกินจะถูกหัก 15 เปอร์เซ็นต์จากดอกเบี้ยทั้งปี

