
stop loss คืออะไร ตั้งจุดตัดขาดทุนยังไง
- Wynn
- 19 views

stop loss คือ การกำหนดจุดตัดขาดทุนเพื่อช่วยจำกัดความเสียหายจากการลงทุน โดย Charles Schwab ยกตัวอย่างหุ้นราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้ง Stop Loss ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อราคาถึงจุดกระตุ้น คำสั่งจะเปลี่ยนเป็นคำสั่งขายตามราคาตลาด แต่ราคาขายจริงอาจต่ำกว่าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะช่วงราคาผันผวนแรง (2024-08-07) [1]
Stop Loss คือการกำหนดราคาที่ต้องการให้ระบบส่งคำสั่งขายหุ้นเมื่อราคาลดลงถึงจุดที่ตั้งไว้ โดยคำสั่ง Stop Order จะเปลี่ยนเป็น Market Order เมื่อเข้าเงื่อนไข ช่วยให้ผู้ลงทุนวางแผนออกจากการลงทุนได้ แต่ไม่รับประกันราคาขายจริง ตามคำอธิบายของ Investor.gov (2017-07-13) [2]
ตัวอย่างเช่น หากตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 95 บาท เมื่อราคาหุ้นลดลงถึงจุดกระตุ้น ระบบจะส่งคำสั่งขายตามราคาตลาด โดยอาจขายได้สูงกว่าหรือต่ำกว่า 95 บาท ขึ้นอยู่กับราคาที่จับคู่ซื้อขายได้ในขณะนั้น
ควรตั้ง Stop Loss ก่อนซื้อหุ้นเพื่อกำหนดว่าหากราคาลดลงผิดจากแผน จะยอมรับความเสียหายได้เพียงใด วิธีนี้ช่วยลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และทำให้รู้ล่วงหน้าว่าควรพิจารณาออกจากการลงทุนเมื่อใด โดย Fidelity แนะนำให้วางแผนออกจากการลงทุนตั้งแต่ก่อนเข้าซื้อ (2026-01-20) [3]
แม้จะศึกษาว่า P/E คือ อะไร และใช้ประเมินความถูกแพงของหุ้นก่อนลงทุนแล้ว ก็ควรวางแผนจำกัดความเสี่ยงควบคู่กัน เพราะหุ้นที่ดูมีมูลค่าน่าสนใจยังสามารถปรับตัวลงได้
การตั้ง Stop Loss ควรเริ่มจากการกำหนดเงินที่ยอมขาดทุนได้ พิจารณาจุดที่แผนลงทุนอาจไม่เป็นไปตามคาด แล้วตรวจว่าระยะห่างระหว่างราคาซื้อกับจุดตัดขาดทุนเหมาะสมหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกันกับหุ้นทุกตัว
เริ่มจากประเมินว่าหากการลงทุนครั้งนี้ผิดพลาด จะยอมเสียเงินได้เท่าไรโดยไม่กระทบเงินสำรองหรือค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ตั้งงบความเสี่ยงไว้ 500 บาทต่อการลงทุนหนึ่งครั้ง
พิจารณาราคาที่หากหุ้นลดลงมาถึงแล้ว เหตุผลในการถือหุ้นอาจไม่เป็นไปตามแผน เช่น บริเวณแนวรับที่ใช้วิเคราะห์ หรือระดับราคาที่กำหนดจากความเสี่ยงที่รับได้ โดย Fidelity อธิบายว่าการวางแผนออกจากการลงทุนอาจใช้ข้อมูลพื้นฐาน แนวรับแนวต้าน หรือเป้าหมายกำไรและขาดทุนประกอบได้ (2026-01-20) [3]
หากเลือกกำหนดจุดตัดขาดทุนเป็นเปอร์เซ็นต์ สามารถคำนวณได้จากสูตร ราคา Stop Loss = ราคาซื้อ × (1 − เปอร์เซ็นต์ขาดทุนที่กำหนด ÷ 100)
ตัวอย่างสมมติ: ซื้อหุ้นราคา 100 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าราคาซื้อ 5% จะได้ 100 × (1 − 5 ÷ 100) = 95 บาท ดังนั้น จุด Stop Loss ตามแผนคือ 95 บาท หรือมีส่วนต่างจากราคาซื้อ 5 บาทต่อหุ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้ที่ 95 บาทแน่นอน
สมมติว่ายอมขาดทุนได้ 500 บาท และมีส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับจุด Stop Loss หุ้นละ 5 บาท หากซื้อ 100 หุ้น จะมีผลขาดทุนตามแผน 500 บาท เมื่อขายได้ตรงจุดที่กำหนด
หากจำนวนหุ้นมากขึ้น ความเสียหายตามแผนก็เพิ่มขึ้นด้วย จึงควรตรวจจำนวนหุ้นก่อนส่งคำสั่ง และเผื่อความเสี่ยงจากค่าธรรมเนียมหรือราคาขายจริงที่อาจต่ำกว่าจุด Stop Loss
Stop Loss แบบ Stop Order จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งขายตามราคาตลาดเมื่อถึงจุดกระตุ้น ส่วน Stop Limit จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งขายแบบกำหนดราคาขั้นต่ำที่ยอมรับได้ ความแตกต่างสำคัญคือ Stop Order อาจขายได้ในราคาที่ไม่คาดคิด ขณะที่ Stop Limit อาจขายไม่สำเร็จหากไม่มีผู้ซื้อในราคาที่กำหนด
ประเด็น | Stop Loss (Stop Order) | Stop Limit |
|---|---|---|
เมื่อถึงจุดกระตุ้น | ส่งคำสั่งขายตามราคาตลาด | ส่งคำสั่งขายแบบกำหนดราคา |
ราคาขายจริง | อาจต่ำกว่าจุด Stop Loss | ขายไม่ต่ำกว่าราคา Limit ที่ตั้งไว้ |
ความเสี่ยงสำคัญ | ขาดทุนมากกว่าที่คาด | อาจขายไม่สำเร็จ |
เหมาะกับเป้าหมาย | เน้นโอกาสออกจากสถานะ | เน้นควบคุมราคาขายขั้นต่ำ |
การเลือกคำสั่งจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการออกจากสถานะหรือการควบคุมราคาขายมากกว่า ทั้งนี้ ควรตรวจประเภทคำสั่งและเงื่อนไขที่โบรกเกอร์รองรับก่อนใช้งาน
เพราะ Stop Loss เป็นจุดกระตุ้นคำสั่งขาย ไม่ใช่การรับประกันราคาขาย หากราคาหุ้นลดลงอย่างรวดเร็วหรือเปิดตลาดต่ำกว่าจุดที่ตั้งไว้ ผู้ลงทุนอาจขายหุ้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าคาด โดย Charles Schwab อธิบายว่านี่เป็นความเสี่ยงของ Stop Order ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง (2024-08-07) [1]
ตัวอย่างสมมติ: ซื้อหุ้นราคา 100 บาท และตั้ง Stop Loss ที่ 95 บาท เพื่อจำกัดการขาดทุนตามแผนไว้ที่ 5 บาทต่อหุ้น แต่หากมีข่าวกระทบบริษัทจนราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 90 บาท คำสั่งขายอาจถูกจับคู่ที่ราคาประมาณ 90 บาท ทำให้ขาดทุน 10 บาทต่อหุ้นแทน หากสภาพคล่องต่ำ ราคาขายจริงอาจต่ำกว่านั้นได้อีก
หากตั้งจุดตัดขาดทุนใกล้ราคาซื้อมากเกินไป การแกว่งตัวของราคาหุ้นระหว่างวันอาจกระตุ้นคำสั่งขาย ทั้งที่แนวโน้มหลักยังไม่เปลี่ยน Investor.gov เตือนว่าการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นสามารถกระตุ้น Stop Order และทำให้ขายหุ้นในราคาที่แตกต่างจากราคาปิดของวันได้ (2017-07-13) [2]
ดังนั้น ควรพิจารณาความผันผวนของหุ้นและเหตุผลที่เลือกจุดตัดขาดทุน ไม่ใช่กำหนดระยะใกล้หรือไกลเพียงเพราะต้องการลดตัวเลขขาดทุนให้ดูน้อยที่สุด

Stop Loss คือการกำหนดจุดกระตุ้นคำสั่งขายเมื่อราคาหุ้นลดลงถึงระดับที่วางแผนไว้ ช่วยให้ผู้ลงทุนควบคุมความเสี่ยงอย่างมีหลักการ โดยควรกำหนดเงินที่ยอมขาดทุนได้ เลือกจุดตัดขาดทุน และตรวจจำนวนหุ้นก่อนลงทุน อย่างไรก็ตาม Stop Loss ไม่รับประกันราคาขายจริง จึงต้องเผื่อความเสี่ยงจากราคาผันผวนและสภาพคล่องด้วย

