
market cap คืออะไร ใช้ดูขนาดบริษัทอย่างไร
- Wynn
- 17 views

market cap คือ มูลค่าตลาดรวมของหุ้นบริษัท คำนวณจากราคาหุ้นคูณจำนวนหุ้นที่ออกและยังคงอยู่ โดย Fidelity ยกตัวอย่างบริษัทที่มีหุ้น 1 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 50 ดอลลาร์สหรัฐ มี Market Cap 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้ใช้ดูขนาดมูลค่าบริษัทในตลาดหุ้น แต่ไม่ได้บอกว่าบริษัทมีกำไรดีหรือหุ้นน่าซื้อเสมอไป (2026-03-31) [1]
Market Cap หรือ Market Capitalization คือ มูลค่าตลาดรวมของหุ้นบริษัท ณ ราคาตลาดขณะนั้น โดยนำราคาหุ้นต่อหุ้นคูณกับจำนวนหุ้นที่ออกและยังคงอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่จำนวนหุ้นที่ซื้อขายกันในวันนั้น ซึ่ง Fidelity อธิบายว่า Market Cap สามารถเปลี่ยนแปลงตามราคาหุ้นได้ (2026-03-31) [1]
สูตรคำนวณ Market Cap = ราคาหุ้นต่อหุ้น × จำนวนหุ้นที่ออกและยังคงอยู่
Fidelity ยกตัวอย่างบริษัทที่มีหุ้น 12 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 32 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มี Market Cap 384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทขนาดเล็กตามเกณฑ์ที่อธิบายในบทความ
หากราคาหุ้นของบริษัทดังกล่าวเพิ่มเป็น 184 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจำนวนหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง Market Cap จะเพิ่มเป็น 2.208 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทอาจเปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่มขนาดกลาง ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลที่ Fidelity ระบุไว้โดยตรง
ที่มา: What is market cap? (2026-03-31) [1]
Market Cap ใช้จัดกลุ่มบริษัทตามมูลค่าตลาด โดยทั่วไปแบ่งเป็นบริษัทขนาดเล็ก (Small Cap) ขนาดกลาง (Mid Cap) และขนาดใหญ่ (Large Cap) เพื่อช่วยเปรียบเทียบขนาดและลักษณะความเสี่ยงของหุ้นแต่ละกลุ่ม
กลุ่มบริษัท | มูลค่าตลาด (Market Cap) |
|---|---|
Micro Cap | ต่ำกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
Small Cap | 250 ล้าน–2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ |
Mid Cap | 2 พันล้าน–10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ |
Large Cap | ตั้งแต่ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป |
Mega Cap | ตั้งแต่ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป |
ที่มา: What is market cap? (2026-03-31) [1]
ไม่เหมือนกันเสมอไป เพราะผู้ให้ข้อมูลอาจกำหนดช่วงมูลค่าตลาดแตกต่างกัน โดย Charles Schwab ระบุว่าหุ้น Small Cap มี Market Cap ระหว่าง 300 ล้าน–2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2025-10-15) [2]
ขณะที่ Fidelity กำหนดช่วง Market Cap ของหุ้น Small Cap ไว้ที่ 250 ล้าน–2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีเกณฑ์ขั้นต่ำแตกต่างจาก Charles Schwab (2026-03-31) [1]
ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบขนาดบริษัท ควรตรวจสอบเกณฑ์ของแหล่งข้อมูลที่ใช้ เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างการจัดกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก กลาง และใหญ่
Market Cap สูงหมายถึงบริษัทมีมูลค่าตลาดรวมมาก ส่วน Market Cap ต่ำหมายถึงบริษัทมีมูลค่าตลาดรวมน้อยกว่า โดย Fidelity อธิบายว่าบริษัทขนาดใหญ่มักมีธุรกิจที่ดำเนินงานมานานและอาจมีความผันผวนต่ำกว่าบริษัทขนาดเล็ก ขณะที่บริษัทขนาดเล็กอาจมีโอกาสเติบโตเร็วกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าได้ (2026-03-31) [1]
อย่างไรก็ตาม ขนาดบริษัทไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือความมั่นคง หุ้นบริษัทใหญ่ยังขาดทุนได้ และหุ้นบริษัทเล็กไม่ได้เติบโตสูงทุกแห่ง นักลงทุนจึงควรพิจารณาผลประกอบการ หนี้สิน และความเสี่ยงร่วมด้วย
สมมติว่าบริษัท A มี Market Cap 500 ล้านบาท และกำลังขยายตลาดใหม่ ขณะที่บริษัท B มี Market Cap 5,000 ล้านบาท แต่ยอดขายเริ่มเติบโตช้าลง
แม้บริษัท B มีมูลค่าตลาดสูงกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเติบโตได้ดีกว่าบริษัท A เพราะ Market Cap บอกขนาดมูลค่าตลาด ไม่ได้บอกอัตราการเติบโตในอนาคต นักลงทุนต้องตรวจแนวโน้มรายได้และกำไรของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม
เพราะ Market Cap ขึ้นอยู่กับทั้งราคาหุ้นและจำนวนหุ้นที่ออกและยังคงอยู่ บริษัทที่มีราคาหุ้นต่อหุ้นสูงกว่าอาจมีจำนวนหุ้นน้อยกว่า จึงมีมูลค่าตลาดรวมต่ำกว่าบริษัทที่ราคาหุ้นต่อหุ้นถูกกว่าได้
รายการ | บริษัท A | บริษัท B |
|---|---|---|
ราคาหุ้น | 100 บาท | 20 บาท |
จำนวนหุ้น | 1 ล้านหุ้น | 20 ล้านหุ้น |
Market Cap | 100 ล้านบาท | 400 ล้านบาท |
จากตาราง บริษัท A มีราคาหุ้นสูงกว่าบริษัท B แต่บริษัท B มี Market Cap มากกว่า เพราะมีจำนวนหุ้นมากกว่า ดังนั้น การดูราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถบอกได้ว่าบริษัทใดมีขนาดมูลค่าตลาดใหญ่กว่า
สมมติว่าบริษัทมีหุ้นที่ออกและยังคงอยู่ 10 ล้านหุ้น โดยราคาหุ้นเพิ่มจาก 20 บาทเป็น 25 บาท ขณะที่จำนวนหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง Market Cap จะเพิ่มจาก 200 ล้านบาทเป็น 250 ล้านบาท
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อจำนวนหุ้นคงที่ Market Cap จะเปลี่ยนตามราคาหุ้น แต่หากจำนวนหุ้นเปลี่ยนด้วย ต้องนำจำนวนหุ้นใหม่มาคำนวณอีกครั้ง และมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้รับเงินสดเพิ่มขึ้นเท่ากัน
Market Cap ไม่ได้บอกว่าบริษัทมีกำไรเท่าไร มีเงินสดอยู่เท่าไร หรือมีหนี้สินมากน้อยเพียงใด เพราะตัวเลขนี้คำนวณจากราคาหุ้นและจำนวนหุ้นเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ Market Cap เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าบริษัทมีฐานะการเงินดีหรือหุ้นน่าลงทุน
หากสงสัยว่า P/E คือ อะไร คำตอบคืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น ซึ่งใช้เปรียบเทียบราคาหุ้นกับกำไร ต่างจาก Market Cap ที่ใช้ดูมูลค่าตลาดรวมของบริษัท ดังนั้น หุ้นที่มี Market Cap สูงจึงไม่ได้หมายความว่ามีราคาถูกหรือแพงกว่าหุ้นที่มี Market Cap ต่ำ
ไม่จำเป็น เพราะ Market Cap เป็นมูลค่าตลาดที่คำนวณจากราคาหุ้นปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาซื้อกิจการที่ตกลงกันจริง หากมีการซื้อหุ้นจำนวนมาก ราคาหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงระหว่างการซื้อขาย และการซื้อกิจการยังต้องพิจารณาหนี้สิน เงินสด และเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม
ดังนั้น Market Cap จึงเหมาะสำหรับใช้เปรียบเทียบขนาดบริษัทในตลาดหุ้น มากกว่าการนำไปสรุปว่าบริษัทมีมูลค่าทางธุรกิจทั้งหมดเท่ากับตัวเลขดังกล่าวอย่างแน่นอน

Market Cap คือมูลค่าตลาดรวมของหุ้นบริษัท คำนวณจากราคาหุ้นคูณจำนวนหุ้นที่ออกและยังคงอยู่ ใช้เปรียบเทียบขนาดบริษัทและจัดกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่ไม่ได้บอกกำไร เงินสด หนี้สิน หรือความถูกแพงของหุ้นโดยตรง นักลงทุนจึงควรตรวจผลประกอบการและความเสี่ยงร่วมด้วยก่อนตัดสินใจลงทุน

