
รับทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ร้านค้า เริ่มเป็นงานเสริมได้ไหม
- เฮียเกา
- 5 views

รับทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ร้านค้า ฟังดูเหมาะกับงานเสริม เพราะทำจากที่บ้านได้ และร้านเล็กหลายร้านก็ไม่มีเวลาจดเอง แต่ก่อนรับงานแรกควรแยกให้ออกก่อนว่าสิ่งที่รับคือการจดรายรับรายจ่าย ไม่ใช่การทำบัญชีตามกฎหมายของบริษัท เพราะสองอย่างนี้ความรับผิดชอบต่างกันมาก
ตามตัวบท พ.ร.บ.การบัญชี ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีคือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน และนิติบุคคลต่างประเทศ ส่วนบุคคลธรรมดาจะมีหน้าที่ต่อเมื่อมีประกาศเฉพาะกิจการ และเจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดาก็ทำบัญชีของกิจการตัวเองได้
ถ้าสรุปแบบคนที่ไม่ใช่นักบัญชี ร้านเล็กที่เป็นบุคคลธรรมดาดูเป็นกลุ่มที่เหมาะกับงานจดรายรับรายจ่ายสำหรับมือใหม่ที่สุด แต่นี่เป็นการอนุมานจากตัวบท ยังไม่มีแหล่งไหนเขียนตรง ๆ ว่าคนไม่จบบัญชีรับงานนี้ได้ จึงควรถามสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนรับงานจริง
งานจดรายรับรายจ่ายที่ควรเขียนให้ชัดในข้อตกลงมักมีสามส่วน คือบันทึกรายรับจากทุกช่องทาง บันทึกรายจ่ายพร้อมแยกหมวด และสรุปยอดรายเดือนให้เจ้าของร้านเห็นกำไรขาดทุนคร่าว ๆ ส่วนงานที่ไม่ได้ตกลงไว้ก็ไม่ควรรับไปโดยอัตโนมัติ
ควรเขียนด้วยว่าอะไรไม่รวมในค่าบริการ อาทิ การยื่นภาษีแทน การทำงบการเงิน และการเซ็นรับรองบัญชี เพราะเรื่องเหล่านี้ผูกกับกฎหมายและคุณสมบัติเฉพาะ คนทำงานเสริมไม่ควรเหมารวมไปกับค่าบริการรายเดือนเอง
ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล ผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและเข้าเกณฑ์ตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ตามที่ FlowAccount และประชาชาติธุรกิจสรุปไว้ งานส่วนนี้จึงไม่ใช่งานของมือใหม่ (2026-01-07) [1]
FlowAccount Blog สรุปเช็กลิสต์เอกสารรายเดือนที่ส่งให้สำนักงานบัญชีไว้ว่า ต้องมี bank statement ทุกบัญชี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และเอกสารค่าใช้จ่าย พร้อมเตือนว่าถ้าเอกสารขาด การบันทึกค่าใช้จ่ายและการเคลมภาษีจะไม่ครบ
สำหรับร้านเล็ก ผู้เขียนมองว่าควรขอเพิ่มอีกสามอย่าง คือรายงานยอดขายจากแพลตฟอร์มหรือระบบ POS สลิปโอนเงินหรือบิลที่ลูกค้าจ่าย และรายการสต็อกเมื่อมีการซื้อของมาขายต่อ ส่วนนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียนเอง ไม่ได้มาจากเช็กลิสต์ทางการ
ตั้งวันส่งเอกสารไว้ล่วงหน้า เช่น ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป และบอกลูกค้าตรง ๆ ว่าเอกสารที่ไม่ครบจะบันทึกให้ไม่ได้ ไม่งั้นงานจะค้างและเสียความน่าเชื่อถือ

เริ่มต้นได้ด้วย Google Sheets หรือ Excel แค่ทำตารางแยกรายรับ รายจ่าย หมวดหมู่ และวันที่ ข้อดีคือไม่มีต้นทุน แต่ถ้ามีลูกค้าหลายร้านจะเริ่มจัดการยาก และต้องระวังเรื่องการเก็บไฟล์ให้ปลอดภัยด้วย (2025-01-22) [2]
โปรแกรมบัญชีของไทยก็มีทั้งแพ็กเกจฟรีและแพ็กเกจรายปี หน้าราคาของ FlowAccount ระบุแพ็กเกจ Free ราคา 0 บาท และ Standard 1,990 บาทต่อปี ส่วน PEAK มีแพ็กเกจฟรีและแพ็กเกจ e-Document 2,500 บาทต่อปี โดยทั้งหมดยังไม่รวม VAT
ราคาซอฟต์แวร์ที่เขียนไว้มาจากหน้าทางการที่ผู้เขียนเปิดดูช่วงเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งไม่ระบุวันที่ จึงควรเช็กหน้าล่าสุดอีกครั้ง ส่วนราคาของ Zoho ผู้เขียนเปิดหน้าทางการไม่ได้ จึงไม่ได้นำมาเทียบ
ผู้เขียนหาช่วงราคาตลาดของงานรับจดบัญชีแบบงานเสริมจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไม่เจอ จึงไม่ขอใส่ตัวเลขกลาง ตัวอย่างเดียวที่เห็นคือสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งระบุราคาเริ่มต้น 3,000 บาทต่อเดือนไม่รวม VAT แต่เป็นบริการของสำนักงานบัญชีที่เน้นกิจการนิติบุคคล ไม่ใช่งานจดรายรับรายจ่ายร้านเล็ก
วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือแยกตามจำนวนรายการต่อเดือน จำนวนบัญชีธนาคารหรือช่องทางขาย และความยากของเอกสาร เพราะร้านที่มีรายการน้อยกับร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มใช้เวลาไม่เท่ากัน ลองจับเวลาทำจริงสักหนึ่งเดือนแล้วคูณกับค่าแรงต่อชั่วโมงที่อยากได้
ตั้งเป็นแพ็กเกจให้ลูกค้าเลือก โดยกำหนดจำนวนรายการต่อเดือนและคิดเพิ่มเมื่อเกิน จะอธิบายง่ายกว่าคิดเป็นรายครั้ง และควรตั้งวันชำระเงินให้ชัดเจนทุกเดือนตั้งแต่ต้น
ผู้เขียนไม่ใช่นักบัญชีและไม่ได้สรุปว่าลูกค้าต้องเสียภาษีเท่าไร แต่คนรับจดบัญชีควรรู้เกณฑ์พื้นฐาน เงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน รวมทั้งการค้าขาย ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 เมื่อเกิน 60,000 บาทสำหรับคนโสด หรือ 120,000 บาทสำหรับผู้มีคู่สมรส ตามที่ ThaiPBS และ KTC สรุปไว้
ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน อัตรา 7% และเกณฑ์นี้นับจากรายรับ ไม่ใช่กำไร ตามที่ FlowAccount สรุปไว้
อีกเรื่องคือธนาคารต้องรายงานสรรพากรเมื่อบัญชีมีเงินเข้า 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี หรือ 400 ครั้งขึ้นไปและรวมเกิน 2 ล้านบาท โดยสรรพากรระบุว่าเงินเข้าไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีทั้งหมด การมีบัญชีรายรับรายจ่ายที่เรียบร้อยจึงน่าจะช่วยอธิบายที่มาของเงินได้ (2024-11) [3]

งานนี้ต้องเห็นยอดขาย สลิป และ statement ธนาคารของร้านทั้งหมด จึงควรเก็บข้อมูลอย่างระวัง ใช้โฟลเดอร์ที่ตั้งรหัสผ่าน แยกไฟล์ของลูกค้าแต่ละราย และไม่ส่งต่อให้ใครถ้าไม่จำเป็น
เรื่อง PDPA ผู้เขียนเจอเพียงคอลัมน์ความเห็นหนึ่งชิ้นของ Bangkok Biz News เมื่อ 30 ก.ค. 2024 ที่ระบุโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาทกรณีไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ควรตรวจกับแหล่งทางการอีกครั้งก่อนรับงานจริง
ทำข้อตกลงสั้น ๆ เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุขอบเขตงาน วันส่งเอกสาร ค่าบริการ และการเก็บรักษาข้อมูล พร้อมบอกลูกค้าว่าตัวเลขที่ลงบัญชีขึ้นอยู่กับเอกสารที่ลูกค้าส่งมา
เริ่มจากร้านที่รู้จักหนึ่งหรือสองร้านที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีรายการไม่เยอะ เพื่อทดลองระบบเอกสารและเวลาที่ใช้จริง ก่อนรับร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์ม
จดเวลาที่ใช้ต่อร้านในเดือนแรก แล้วนำไปปรับค่าบริการและจำนวนลูกค้าที่รับไหว เพราะงานเสริมต้องทำควบกับงานประจำ ถ้ารับเกินกำลังจนส่งสรุปไม่ทัน ลูกค้าจะหายเร็วกว่าที่คิด
ถ้าลูกค้าโตจนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ให้ส่งต่องานบัญชีส่วนนั้นให้ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แทนการทำต่อเอง เพราะประชาชาติธุรกิจรายงานว่าประกาศใหม่กำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทกรณีฝ่าฝืน
กฎหมายบัญชีไม่ได้บังคับให้ร้านบุคคลธรรมดามีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศโดยตรง จึงดูเหมือนรับงานจดรายรับรายจ่ายได้ แต่นี่เป็นการอนุมานจากตัวบท ควรถามสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนรับงานจริง

ไม่ควร ถ้าไม่มีคุณสมบัติ เพราะผู้ทำบัญชีของนิติบุคคลต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฉบับใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569
ตามเช็กลิสต์ของ FlowAccount ต้องมี bank statement ทุกบัญชี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และเอกสารค่าใช้จ่าย ส่วนร้านเล็กควรขอรายงานยอดขายจากแพลตฟอร์มและสลิปโอนเพิ่ม
ยังไม่มีตัวเลขกลางที่ยืนยันได้ ให้คิดจากจำนวนรายการ จำนวนบัญชีและช่องทางขาย กับเวลาที่ใช้จริง แล้วตั้งเป็นแพ็กเกจพร้อมค่าบริการเพิ่มเมื่อรายการเกินกำหนด

