ถูกหลอกโอนเงินทำยังไง ต้องติดต่อใครบ้าง

ถูกหลอกโอนเงินทำยังไง

ถูกหลอกโอนเงินทำยังไง ให้หยุดโอนเงินเพิ่มทันที เก็บสลิป แชต และหลักฐานการติดต่อ แล้วรีบแจ้งธนาคารต้นทางผ่านช่องทางทางการ พร้อมติดต่อ AOC 1441 เพื่อแจ้งเหตุและประสานระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นดำเนินการแจ้งความกับตำรวจตามช่องทางที่กำหนด ไม่ควรรอให้มิจฉาชีพคืนเงินเองหรือจ่ายค่าดำเนินการให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถช่วยติดตามเงินคืนได้ (2025-04-28) [1]

ถูกหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไรตามลำดับ?

เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกโอนเงิน สิ่งสำคัญคือหยุดความเสียหายเพิ่มเติมและแจ้งเหตุให้เร็วที่สุด เพราะเงินอาจถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นได้ การเก็บหลักฐานและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีจึงช่วยให้เริ่มกระบวนการตรวจสอบและติดตามเส้นทางเงินได้เร็วขึ้น

ขั้นตอนที่ 1 หยุดโอนเงินและตัดการติดต่อกับมิจฉาชีพ

หยุดโอนเงินเพิ่มเติมทันที แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าปลดล็อกบัญชี หรือเงินประกันก่อนจึงจะได้รับเงินคืน เพราะอาจเป็นวิธีหลอกให้เสียเงินเพิ่ม

ไม่ควรกดลิงก์ ดาวน์โหลดแอป หรือเปิดเผยรหัสผ่านและรหัส OTP ตามคำสั่งของบุคคลที่สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ หากเคยให้ข้อมูลเข้าสู่ระบบหรืออนุญาตให้แอปแปลกปลอมเข้าถึงโทรศัพท์ ควรรีบแจ้งธนาคารเพื่อขอคำแนะนำในการป้องกันบัญชีเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2 เก็บแชต สลิป และหลักฐานอะไรบ้าง?

ควรเก็บหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะข้อมูลที่แสดงว่าอีกฝ่ายติดต่อมาอย่างไร หลอกให้โอนเงินด้วยเหตุผลใด และมีธุรกรรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หลักฐานที่ควรเตรียม ได้แก่ สลิปโอนเงิน วันเวลา จำนวนเงิน เลขบัญชีปลายทาง ชื่อบัญชีผู้รับ ภาพหน้าจอแชต ลิงก์เว็บไซต์ ประกาศขายสินค้า และข้อมูลช่องทางติดต่อของคู่กรณี

หากมิจฉาชีพลบข้อความหรือปิดบัญชีผู้ใช้งาน หลักฐานที่บันทึกไว้ก่อนหน้าอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้และไม่แก้ไขรายละเอียดสำคัญบนหลักฐาน

ขั้นตอนที่ 3 ติดต่อธนาคารและ AOC 1441 อย่างไร?

รีบติดต่อธนาคารต้นทางผ่าน Call Center หรือช่องทางทางการ แจ้งว่าถูกหลอกให้โอนเงิน พร้อมให้รายละเอียดธุรกรรมและขอให้ธนาคารดำเนินการตามกระบวนการรับแจ้งเหตุทุจริตทางการเงิน

จากนั้นติดต่อศูนย์ AOC หมายเลข 1441 เพื่อแจ้งเหตุและประสานการระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสกักเงินไว้ได้ทัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาคืนเงินตามกฎหมาย (2025-04-28) [1]

ควรจดหมายเลขรับเรื่องและชื่อหน่วยงานที่ติดต่อไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้ติดตามความคืบหน้าและลดความสับสนเมื่อต้องประสานงานหลายฝ่าย

ขั้นตอนที่ 4 แจ้งความออนไลน์หรือที่สถานีตำรวจอย่างไร?

ผู้เสียหายควรแจ้งความกับตำรวจผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยสามารถตรวจสอบช่องทางแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Thai Police Online หรือไปติดต่อสถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องตามขั้นตอน ก่อนแจ้งความควรเตรียมหลักฐานธุรกรรม ข้อมูลบัญชีปลายทาง แชต และลำดับเหตุการณ์ให้พร้อม พร้อมแจ้งรายละเอียดการติดต่อธนาคารหรือ AOC ที่ดำเนินการไปแล้ว

หากเลือกแจ้งความออนไลน์ ควรพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ด้วยตนเองหรือเข้าผ่านช่องทางหน่วยงานตำรวจที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรกดลิงก์จากข้อความหรือบุคคลที่อ้างว่าจะช่วยแจ้งความแทน เพราะอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อขโมยข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 5 ติดตามคดีและการระงับบัญชีอย่างไร?

หลังแจ้งเหตุ ควรติดตามความคืบหน้ากับธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านหมายเลขอ้างอิงที่ได้รับ โดยสอบถามสถานะการตรวจสอบธุรกรรม การประสานบัญชีปลายทาง และเอกสารที่ต้องส่งเพิ่มเติม

ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า เงินที่สามารถกักไว้ได้ทันจะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของและพิจารณาคืนเงินโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่ไม่สามารถกักเงินไว้ได้ อาจต้องดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาความรับผิดตามกฎหมายต่อไป (2025-04-28) [2]

ดังนั้น การแจ้งเหตุสำเร็จไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนทันที และไม่ควรนำกรอบเวลาตรวจสอบกรณีโอนเงินผิดบัญชีทั่วไปมาใช้รับประกันระยะเวลาคืนเงินจากคดีฉ้อโกง

ขั้นตอนที่ 6 ป้องกันการถูกหลอกซ้ำต้องทำอะไร?

หลังแจ้งเหตุแล้ว ควรตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชีธนาคาร อีเมล และบัญชีออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง หากเคยเปิดเผยรหัสผ่านควรเปลี่ยนรหัสผ่านผ่านอุปกรณ์และช่องทางที่เชื่อถือได้ รวมถึงตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังว่ามีรายการผิดปกติอื่นหรือไม่

สำหรับการทำธุรกรรมครั้งต่อไป ควรศึกษาวิธี เช็กเลขบัญชีมิจฉาชีพ ผ่านแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการตรวจชื่อบัญชีและพฤติกรรมของผู้รับเงิน เพราะแม้ไม่พบประวัติร้องเรียน ก็ไม่ได้รับประกันว่าบัญชีนั้นปลอดภัย นอกจากนี้ ไม่ควรเชื่อบุคคลที่ติดต่อมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญติดตามเงินคืน แล้วเรียกเก็บค่าดำเนินการล่วงหน้า เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่พยายามหลอกผู้เสียหายซ้ำ

ตัวอย่างสมมติ ถูกหลอกซื้อสินค้าออนไลน์ต้องแจ้งอะไรบ้าง?

ตัวอย่างสมมติ: คุณบีพบประกาศขายโทรศัพท์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และโอนเงินให้ผู้ขาย หลังจากนั้นผู้ขายไม่ส่งสินค้า ลบบัญชีที่ใช้ติดต่อ และไม่สามารถติดต่อกลับได้ คุณบีจึงสงสัยว่าถูกหลอกและต้องการแจ้งเหตุ

รายการ

ข้อมูลตัวอย่างสมมติ

เหตุการณ์

สั่งซื้อโทรศัพท์ออนไลน์แล้วไม่ได้รับสินค้า

จำนวนเงินที่โอน

12,500 บาท

วันที่โอน

22 ตุลาคม 2026

เวลาโอน

19:40 น.

ธนาคารต้นทาง

ธนาคาร A

ธนาคารปลายทาง

ธนาคาร B

สถานะธุรกรรม

โอนสำเร็จ

หลักฐานที่มี

สลิป แชต ประกาศขาย และข้อมูลบัญชีปลายทาง

การดำเนินการ

แจ้งธนาคาร A ติดต่อ AOC 1441 และแจ้งความ

จากตัวอย่าง คุณบีควรหยุดโอนเงินเพิ่มเติม เก็บหลักฐานทั้งหมด และแจ้งเหตุผ่านช่องทางทางการโดยเร็ว ไม่ควรรอให้ผู้ขายติดต่อกลับก่อนจึงค่อยดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม การไม่ได้รับสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นการฉ้อโกงทุกกรณี เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานประกอบ เช่น ข้อความที่ใช้ชักชวนให้โอนเงิน การปิดช่องทางติดต่อ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขาย

ถูกหลอกโอนเงินแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนไหม?

มีโอกาสได้รับเงินคืน แต่ไม่สามารถรับประกันได้ทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและกักเงินไว้ได้หรือไม่ รวมถึงผลการตรวจสอบและกระบวนการตามกฎหมาย

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า มาตรการตามกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2025 ครอบคลุมการยกระดับหน้าที่ของผู้ให้บริการทางการเงินและการพิจารณาความรับผิดในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าธนาคารต้องชดใช้ความเสียหายให้ผู้ถูกหลอกทุกกรณี (2025-04-28) [1]

สิ่งที่ผู้เสียหายทำได้ทันทีคือแจ้งเหตุให้เร็ว เก็บหลักฐานให้ครบ และติดตามเรื่องผ่านช่องทางทางการ ไม่ควรเชื่อคำรับรองจากบุคคลภายนอกว่าจะสามารถนำเงินกลับมาได้ทั้งหมดโดยแลกกับค่าธรรมเนียม

สรุปถูกหลอกโอนเงิน ต้องติดต่อใครบ้าง?

ถูกหลอกโอนเงินทำยังไง

หากถูกหลอกโอนเงิน ควรหยุดโอนเงินเพิ่ม เก็บสลิปและหลักฐานการติดต่อ แล้วรีบแจ้งธนาคารต้นทางและ AOC 1441 พร้อมดำเนินการแจ้งความกับตำรวจผ่านช่องทางทางการ หลังจากนั้นติดตามผลโดยใช้หมายเลขรับเรื่องและระวังมิจฉาชีพที่อ้างว่าช่วยติดตามเงินคืนได้ เพราะการแจ้งเหตุรวดเร็วมีความสำคัญ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้เงินคืนทุกกรณี

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง