
ประหยัดค่าอาหาร อย่างไร เริ่มจากงบ และของที่กินจริง
- Harry P
- 16 views

ประหยัดค่าอาหาร ควรเริ่มจากซื้อให้ตรงกับสิ่งที่กินจริง ไม่ใช่พยายามกินให้น้อยลง เพราะค่าอาหารมีทั้งวัตถุดิบ อาหารพร้อมกิน ของที่ซื้อซ้ำ และค่าจัดส่ง หากมองทั้งหมดรวมกันก่อน จะเห็นว่าจุดที่ลดได้ อาจไม่ใช่ปริมาณอาหาร แต่เป็นของที่ซื้อเกิน หรือค่าใช้จ่ายรอบอาหารที่ไม่จำเป็น
เพราะราคาอาหารยังมีแรงกดดันอยู่ โดยกระทรวงพาณิชย์รายงานว่าเดือนสิงหาคม 2569 หมวดอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 2.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีทั้งอาหารสำเร็จรูป ไข่ไก่ ผัก และผลไม้บางชนิดที่ราคาสูงขึ้น จึงมีเหตุผลมากขึ้นที่จะจัดงบจากสิ่งที่เรากินจริง (2026-09-07) [1]
ควรเริ่มจากดูว่าปกติเรากินกี่มื้อ กินที่ไหน และมื้อไหนมักมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ต้องเริ่มจากการหาว่าอาหารอะไรถูกที่สุด เพราะถ้าวางแผนไม่ตรงกับชีวิตจริง สุดท้ายอาจซื้อวัตถุดิบไว้เต็มบ้าน แล้วกลับไปสั่งอาหารเหมือนเดิม
วิธีเริ่มแบบง่ายสามารถทำตามนี้ได้

ให้เริ่มจากงบที่จ่ายได้ แล้วหารด้วยจำนวนมื้อที่ต้องดูแลเอง วิธีนี้ทำให้รู้ว่าค่าอาหารเฉลี่ยต่อมื้อ ควรอยู่ประมาณไหน โดยไม่ต้องกำหนดว่าทุกมื้อต้องราคาเท่ากัน
ให้ดูจากของที่เหลือทิ้ง และของที่หมดอายุก่อนดูใบเสร็จ เพราะของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้กิน คือส่วนที่จ่ายเต็มราคา แต่ไม่ได้รับประโยชน์กลับมา และมักเป็นจุดที่ลดได้ โดยไม่กระทบปริมาณอาหารที่กินจริง
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเล็กในภาพรวม โดยกรมควบคุมมลพิษรายงานว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารประมาณ 10.01 ล้านตัน หรือ 36.79% ของขยะมูลฝอยชุมชนทั้งหมด และ 40% ของขยะอาหารเป็นส่วนที่ยังรับประทานได้ (2025-07-08) [2]
ให้เริ่มจากเปิดตู้เย็น ตู้แช่ และชั้นเก็บของก่อนเขียนรายการซื้อทุกครั้ง เพราะรายการซื้อที่เริ่มจากเมนูอย่างเดียว อาจทำให้ลืมวัตถุดิบที่มีอยู่แล้ว และซื้อของชนิดเดิมเข้ามาซ้ำ วิธีเช็กไม่ต้องละเอียดถึงขั้นทำสต๊อกทั้งบ้าน แค่แบ่งของที่มีเป็นสามกลุ่มก็เพียงพอ
ควรเลือกวัตถุดิบที่ต่อยอดได้หลายเมนู มากกว่าซื้อวัตถุดิบเฉพาะเมนูจำนวนมาก เช่น เนื้อสัตว์ชนิดเดียวอาจนำไปผัด ย่าง ต้ม หรือใส่เมนูเส้นได้ ส่วนผักบางชนิด ก็สามารถแบ่งใช้กับหลายจานได้

ควรลดจำนวนครั้งที่เสียค่ารอบ มากกว่าตัดบริการส่งอาหารออกทั้งหมด เพราะในวันที่ไม่มีเวลา การสั่งอาหาร อาจยังมีประโยชน์ แต่ถ้าสั่งอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานแยกกันหลายรอบ ค่าใช้จ่ายรอบอาหารจะเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้ทำให้กินอิ่มขึ้นตามสัดส่วน
วิธีเช็กคือแยก “ราคาอาหาร” ออกจาก “ค่าใช้จ่ายเพื่อให้อาหารมาถึงเรา” เช่น ค่าจัดส่ง ค่าบริการ หรือการซื้อเพิ่มเพียงเพื่อให้ถึงยอดโปร เมื่อตัวเลขสองส่วนนี้แยกกัน จะเห็นง่ายขึ้น ว่าควรประหยัดจากอาหาร หรือจากวิธีสั่ง
ควรวางแผนว่าจะกินต่ออย่างไรก่อนเก็บ ไม่ใช่แค่เอาเข้าตู้เย็น แล้วหวังว่าจะนึกออกภายหลัง อาหารที่เหลือ อาจกลายเป็นอีกมื้อหนึ่ง หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูถัดไปได้ แต่ควรคำนึงถึงความสะอาด การเก็บรักษา และสภาพอาหารก่อนนำกลับมากินเสมอ
ไม่จำเป็น เพราะเป้าหมายคือการหา วิธีประหยัดเงิน จากค่าอาหารที่สูญเปล่า ไม่ใช่ลดคุณภาพอาหาร เพื่อให้ตัวเลขงบต่ำลง หากต้องเลือกระหว่างตัดอาหารที่จำเป็น กับตัดของที่ซื้อซ้ำ เครื่องดื่มที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ หรือค่าจัดส่งหลายรอบ ควรกลับไปดูสิ่งเหล่านั้นก่อน
การเลือกของถูกที่สุดทุกครั้ง จึงไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะราคาเป็นเพียงหนึ่งปัจจัย ของที่แพงกว่าเล็กน้อยแต่กินหมด และใช้งานได้หลายมื้อ อาจคุ้มกว่าของที่ราคาต่อหน่วยต่ำ แต่สุดท้ายเหลือทิ้ง
ท้ายที่สุด ควรใช้หลัก “ดูก่อนซื้อ วางก่อนกิน และใช้ของให้หมดก่อนเพิ่ม” โดยไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน การประหยัดค่าอาหารที่ดี ควรทำให้เงินรั่วน้อยลงโดยยังได้กินสิ่งที่จำเป็น และสิ่งที่ชอบ ถ้าต้องหิว กินไม่ครบ หรือฝืนชีวิตประจำวันมากเกินไป แผนนั้นอาจไม่ใช่แผนที่เหมาะจะใช้ต่อในชีวิตจริง

