ราคาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์? คำนวณจากราคาเก่าและราคาใหม่

ราคาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

ราคาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยการนำราคาใหม่ มาเทียบกับราคาเก่า แต่ก่อนกดเครื่องคิดเลข ควรตรวจว่าเป็นสินค้า ปริมาณ และเงื่อนไขราคาแบบเดียวกันหรือเปล่า เพราะบางครั้งป้ายราคาเท่าเดิม แต่ของในห่อกลับน้อยลง ลองไล่คำนวณตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

เลือกสินค้าที่ต้องการเปรียบเทียบ

เริ่มจากระบุสินค้าให้ชัด เช่น กาแฟยี่ห้อและสูตรเดียวกัน เพื่อไม่ให้เผลอนำสินค้าคนละแบบมาเทียบกัน ตรวจขนาดบรรจุ และจำนวนชิ้นในแพ็กไว้ด้วย เพราะรายละเอียดเหล่านี้ มีผลต่อราคาที่จ่ายจริง หากสินค้าเปลี่ยนขนาด ให้เก็บข้อมูลปริมาณไว้คำนวณราคาต่อหน่วย ในขั้นตอนท้าย ๆ

จดราคาเก่าและวันที่ซื้อ

ราคาเก่าคือราคาก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ราคาที่เคยซื้อจากใบเสร็จ หรือประวัติคำสั่งซื้อ ควรจดวันที่กำกับไว้ จะได้รู้ว่ากำลังเปรียบเทียบช่วงเวลาใด ถ้ามีใบเสร็จเก็บไว้ ก็ย้อนกลับมาตรวจราคาได้ง่ายขึ้น หากราคาผันผวนบ่อย ให้เลือกราคาเก่า ที่ตรงกับช่วงเวลาที่ต้องการตรวจจริง ๆ

จดราคาใหม่จากเงื่อนไขเดียวกัน

ดูราคาที่ต้องจ่ายในปัจจุบัน แล้วเช็กว่ารวมภาษี ค่าจัดส่ง หรือส่วนลดเหมือนกับราคาเก่าหรือยัง หากครั้งก่อนจดราคาหลังใช้คูปอง ครั้งนี้ก็ควรใช้ราคาหลังส่วนลดเช่นกัน ลองดูยอดสุทธิในใบเสร็จ เพื่อให้แน่ใจว่าจดราคาไม่ผิด การใช้เงื่อนไขเดียวกัน จะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ของราคาได้ตรงกว่า

ใช้ราคาเก่าเป็นฐาน ในการคิดเปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่าราคาขึ้นจากเดิมกี่เปอร์เซ็นต์ ตัวหารต้องเป็นราคาเก่าเสมอ สูตรคือ (ราคาใหม่ − ราคาเก่า) ÷ ราคาเก่า × 100 สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ใช้หลักเดียวกันในการอธิบาย การเปลี่ยนแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยนำผลต่างไปหารด้วยค่าในช่วงก่อนหน้า (2023-02-09) [1]

หาผลต่างของราคาก่อน

นำราคาใหม่ลบราคาเก่า เพื่อดูว่าต่างกันกี่บาท สมมติสินค้าเคยราคา 80 บาท และตอนนี้ราคา 100 บาท ผลต่างคือ 20 บาท ลองเขียนตัวเลขนี้แยกไว้ก่อน จะได้ไม่สับสนตอนแทนค่าสูตร ตัวเลขนี้บอกจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น

คำนวณเปอร์เซ็นต์ราคาที่เพิ่มขึ้น

นำผลต่างจากข้อก่อน หารด้วยราคาเก่า แล้วคูณ 100 จากตัวอย่างจะได้ (100 − 80) ÷ 80 × 100 = 25% จึงพูดได้ว่าสินค้าชิ้นนี้ขึ้นราคา 25% เมื่อเทียบกับราคาเดิม 80 บาท หากใช้เครื่องคิดเลข ให้กดหารก่อนแล้วค่อยคูณ 100 เพื่อแปลงผลเป็นเปอร์เซ็นต์

ถ้าราคาลดลง ให้ใช้สูตรเดียวกัน

สมมติราคาเก่า 100 บาท และราคาใหม่ 90 บาท เมื่อนำเข้าสูตรจะได้ (90 − 100) ÷ 100 × 100 = −10% เครื่องหมายลบหมายถึงราคาลดลง จึงสรุปให้อ่านง่ายได้ว่า “ราคาลดลง 10%” ไม่ต้องเปลี่ยนสูตร เพียงใส่ราคาใหม่ และราคาเก่าให้ถูกตำแหน่ง ฐานในการคำนวณยังคงเป็นราคาเก่า ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง

ตรวจว่าหยิบราคาเก่าและราคาใหม่ไม่สลับกัน

ลองอ่านผลลัพธ์ย้อนกลับ: ถ้าราคาเพิ่มจาก 80 เป็น 100 บาท ราคาที่เพิ่มขึ้น 20 บาทคิดเป็น 25% ของ 80 บาท หากนำ 100 บาทมาเป็นตัวหาร จะได้ 20% ซึ่งตอบคนละคำถาม การเขียนกำกับว่า “เก่า” และ “ใหม่” ก่อนแทนค่าสูตรช่วยลดความผิดพลาดได้มาก

ตรวจช่วงเวลาที่นำมาเทียบ

เปอร์เซ็นต์ที่คำนวณได้ ควรมีช่วงเวลากำกับ เช่น “ขึ้น 25% จากราคาที่ซื้อเดือนก่อน” หากเทียบราคาคนละฤดูกาล หรือคนละช่วงโปรโมชัน ผลลัพธ์อาจสะท้อนเงื่อนไขเหล่านั้นด้วย ตัวเลขเปอร์เซ็นต์จึงบอกว่า ราคาต่างกันเท่าไรในช่วงที่เลือก ไม่ได้บอกสาเหตุที่ราคาขึ้น

ถ้าขนาดสินค้าเปลี่ยน ให้หาราคาต่อหน่วยก่อน

ราคาเท่าเดิม ไม่ได้แปลว่าจ่ายคุ้มเท่าเดิมเสมอไป เช่น สินค้าราคา 100 บาท เดิมมี 500 กรัม แต่แพ็กใหม่เหลือ 400 กรัม ราคาจะเปลี่ยนจาก 0.20 เป็น 0.25 บาทต่อกรัม หรือเพิ่มขึ้น 25% ต่อกรัม สำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร เคยพบสินค้า 206 รายการในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเล็กลง ระหว่างเดือนกันยายน 2015 ถึงมิถุนายน 2017 และพบว่าราคามักคงเดิม เมื่อขนาดเปลี่ยน (2019-02-21) [2]

แยก “ราคาหน้าร้าน” ออกจาก “ราคาต่อหน่วย”

ในตัวอย่างก่อนหน้า ราคาหน้าร้านยังเป็น 100 บาท จึงจ่ายเงินเท่าเดิมต่อแพ็ก แต่ราคาต่อกรัมเพิ่มจาก 0.20 เป็น 0.25 บาท หรือขึ้น 25% เพราะได้รับสินค้าน้อยลง ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจมองไม่เห็น หากดูเพียงป้ายราคาก่อนตัดสินใจซื้อ จึงควรตรวจน้ำหนัก หรือจำนวนชิ้น แล้วเทียบราคาต่อหน่วยควบคู่กัน

นำเปอร์เซ็นต์ไปใช้ตัดสินใจซื้อ หรือกำหนดราคา

เมื่อรู้ว่าราคาเปลี่ยนไปเท่าไร ลองดูต่อว่าค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน หรือกำไรต่อชิ้นได้รับผลอย่างไร สำหรับคนขาย การขึ้นราคา หรือขนาดบรรจุที่เปลี่ยนไป ควรดูคู่กับต้นทุนด้วย ไม่เช่นนั้นอาจเจอปัญหา ยอดขายดีแต่เงินไม่เหลือ ส่วนคนซื้อสามารถใช้ราคาต่อหน่วย ช่วยเทียบสินค้าต่างขนาดก่อนตัดสินใจ

สรุป ตั้งราคาเก่าเป็นฐาน แล้วตรวจขนาดสินค้าอีกครั้ง

ราคาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

หากราคาเก่าและราคาใหม่ เป็นสินค้าขนาดเดียวกัน ใช้สูตร (ราคาใหม่ − ราคาเก่า) ÷ ราคาเก่า × 100 เพื่อหาว่าราคาขึ้น หรือลงกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าปริมาณสินค้าเปลี่ยน ควรคำนวณราคาต่อหน่วยของทั้งสองช่วงก่อน แล้วค่อยนำมาเทียบกัน วิธีนี้จะเห็นทั้งราคาบนป้าย และต้นทุนต่อปริมาณที่ได้รับจริง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง