ซื้อปริ้นเตอร์คุ้มไหม เมื่อเทียบกับใช้ร้านพิมพ์

ซื้อปริ้นเตอร์คุ้มไหม

ซื้อปริ้นเตอร์คุ้มไหม ขึ้นอยู่กับจำนวนที่พิมพ์เป็นประจำ หากพิมพ์ขาวดำเดือนละ 50 หน้า อาจคืนทุนในเวลาประมาณ 2 ปี 10 เดือน แต่ถ้าพิมพ์แค่ 20 หน้า อาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี ภายใต้สมมติฐานราคาเดียวกัน จึงควรนำค่าเครื่อง หมึก กระดาษ และค่าดูแล มาเทียบกับค่าบริการร้านพิมพ์ก่อนตัดสินใจ

ซื้อปริ้นเตอร์ หรือใช้ร้านพิมพ์ แบบไหนถูกกว่ากัน?

ร้านพิมพ์มักถูกกว่าสำหรับคนพิมพ์น้อย ส่วนเครื่องพิมพ์เองจะมีโอกาสถูกกว่า เมื่อพิมพ์ต่อเนื่องจำนวนมาก เพราะการมีเครื่องต้องจ่ายค่าเครื่องก้อนแรกหลายพันบาท แต่หลังจากนั้นต้นทุนต่อหน้าจะลดลงเหลือแค่ค่าหมึก กระดาษ และค่าดูแล

ร้านพิมพ์เอกสารคิดราคาต่อหน้าเท่าไร?

ร้านพิมพ์เอกสารคิดราคาตามประเภทงาน และจำนวนหน้าที่สั่งในแต่ละครั้ง โดยงานขาวดำมักมีราคาต่ำกว่างานสี และบางร้านจะลดราคาต่อหน้า เมื่อสั่งพิมพ์จำนวนมาก ทำให้การเปรียบเทียบ ต้นทุนพิมพ์งาน ต้องดูทั้งจำนวนหน้า และความถี่ที่ใช้บริการ

ตัวอย่างอัตราค่าบริการพิมพ์เอกสาร A4

  • พิมพ์ 1-99 หน้า ราคา 3.00 บาทต่อหน้า
  • พิมพ์ 100 หน้าขึ้นไป ราคา 1.50 บาทต่อหน้า
  • พิมพ์ตั้งแต่ 300 หน้าขึ้นไป ราคา 0.90 บาทต่อหน้า


ตัวเลขนี้เป็นราคาของร้านตัวอย่าง ไม่ใช่ราคาเฉลี่ยของร้านพิมพ์ทั่วประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือ คนที่พิมพ์ 100 หน้ารวดเดียว อาจจ่ายถูกกว่าคนที่ทยอยพิมพ์ เพราะได้รับราคาสำหรับงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำไปเทียบกับการซื้อเครื่องเอง (2026) [1]

ซื้อปริ้นเตอร์เองต้องคิดต้นทุนอะไรบ้าง?

การซื้อปริ้นเตอร์เองอย่างน้อยต้องคิดราคาเครื่อง ค่าหมึก ค่ากระดาษ และค่าบำรุงรักษา ไม่ควรใช้เพียงราคาเครื่องหารด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งาน

ต้นทุนตัวอย่าง

  1. ราคาเครื่องพิมพ์ 3,790 บาท – ใช้ Brother DCP-T230 เป็นเครื่องอิงค์แทงก์แบบ 3-in-1 สำหรับพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสาร รองรับกระดาษ A4 (2026) [2]
  2. หมึกดำแบบเติม 1 ขวด 270 บาท – ใช้หมึกดำสำหรับเครื่องอิงค์แทงก์รุ่นที่ยกมาเป็นตัวอย่าง
  3. กระดาษ A4 80 แกรม 500 แผ่น 119 บาท – ทำให้ต้นทุนกระดาษอยู่ที่ประมาณ 0.24 บาทต่อแผ่น
  4. เงินเผื่อค่าดูแลเครื่อง 300 บาทต่อปี – เป็นเพียงสมมติฐานของผู้เขียน เพื่อใช้ทดลองคำนวณ ไม่ใช่อัตราค่าซ่อมที่ผู้ผลิตกำหนด

ปริ้นเอกสารเองหนึ่งหน้าเสียเงินเท่าไร?

การปริ้นเอกสารขาวดำเองตามตัวอย่างข้างต้น มีต้นทุนหมึก และกระดาษเฉลี่ยประมาณ 0.28 บาทต่อหน้า โดยยังไม่รวมราคาเครื่อง ค่าซ่อม ค่าไฟ หรือกระดาษที่เสียจากการพิมพ์ผิด

ตัวอย่างวิธีคำนวณต้นทุนต่อหน้า

  1. ค่าหมึกดำ 270 ÷ 7,500 = 0.036 บาทต่อหน้า
  2. ค่ากระดาษ 119 ÷ 500 = 0.238 บาทต่อแผ่น
  3. รวมต้นทุน 0.036 + 0.238 = 0.274 บาท
  4. ปัดเป็นประมาณ 0.28 บาทต่อหน้า เพื่อให้นำไปคำนวณต่อได้ง่าย


หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้คิดต้นทุนหมึกแบบเฉลี่ยระยะยาว แม้ราคาเครื่องจะมีหมึกเริ่มต้นมาให้แล้วก็ตาม เพื่อเผื่องบเติมหมึกเมื่อใช้งานต่อเนื่อง โดยกำหนดให้หนึ่งหน้าที่พิมพ์ เท่ากับการพิมพ์หนึ่งด้านบนกระดาษหนึ่งแผ่น

ต้องพิมพ์เดือนละกี่หน้า การซื้อปริ้นเตอร์เองถึงจะคุ้ม?

ซื้อปริ้นเตอร์คุ้มไหม

จากตารางตัวอย่าง ควรพิมพ์อย่างน้อยประมาณ 50 หน้าต่อเดือน จึงจะเริ่มเห็นว่าการซื้อปริ้นเตอร์เอง คุ้มกว่าการใช้ร้านในระยะที่สมเหตุสมผล เพราะต้นทุนพิมพ์เองอยู่ที่ประมาณ 39 บาทต่อเดือน เทียบกับร้าน 150 บาท และใช้เวลาคืนทุนประมาณ 2 ปี 10 เดือน โดยตารางนี้เป็นการคำนวณโดยผู้เขียน

วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนซื้อปริ้นเตอร์ทำอย่างไร?

สามารถคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ด้วยการนำราคาเครื่องหารด้วยเงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน เพื่อหาว่าต้องใช้งานนานแค่ไหน จึงจะได้เงินส่วนที่จ่ายซื้อเครื่องกลับคืนมา สูตรคำนวณคือ ราคาเครื่อง ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน = จำนวนเดือนที่คืนทุน

ตัวอย่างการพิมพ์ขาวดำเดือนละ 50 หน้า และร้านคิดหน้าละ 3 บาท

  1. ค่าพิมพ์ที่ร้าน = 50 × 3 = 150 บาท/เดือน
  2. ต้นทุนพิมพ์เอง = (50 × 0.28) + 25 = 39 บาท/เดือน
  3. เงินที่ประหยัดได้ = 150 − 39 = 111 บาท/เดือน
  4. ระยะคืนทุน = 3,790 ÷ 111 = ประมาณ 34.14 เดือน


ดังนั้น ต้องพิมพ์ในปริมาณใกล้เคียงเดิมต่อเนื่องประมาณ 2 ปี 10 เดือน จึงจะคืนทุนตามสมมติฐานนี้ ข้อควรระวังคือ หากค่าพิมพ์ที่ร้านต่อเดือนน้อยกว่า หรือเท่ากับต้นทุนพิมพ์เองต่อเดือน เครื่องจะไม่มีจุดคืนทุนจากส่วนต่างค่าพิมพ์ภายใต้สมมติฐานนั้น

ถ้าพิมพ์สีบ่อยควรคำนวณต่างจากขาวดำไหม?

ควรแยกคำนวณต้นทุนงานสีออกจากขาวดำ เพราะการใช้หมึก และราคาค่าบริการมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะเอกสารที่มีภาพประกอบขนาดใหญ่ กราฟิก หรือพื้นหลังสีเต็มหน้า จากอัตราค่าบริการร้านตัวอย่าง งานพิมพ์สี A4 ราคาเริ่มต้น 5 บาทต่อหน้า และระบุราคางานสีเต็มแผ่นไว้ที่ 15 บาท (2026) [1]

สมมติว่าต้องพิมพ์เอกสารสี 10 หน้า จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้ งานสีอัตราเริ่มต้น 10 × 5 = 50 บาท ส่วนงานสีเต็มแผ่น 10 × 15 = 150 บาท ส่วนต่างนี้ทำให้การซื้อปริ้นเตอร์เองอาจคุ้มกว่าในบางกรณี แต่ต้องคำนวณจากปริมาณหมึกสีที่ใช้จริงด้วย ไม่ควรนำต้นทุนขาวดำมาใช้กับงานสีโดยตรง

ซื้อปริ้นเตอร์ไว้แต่ไม่ค่อยได้ใช้ มีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้าง?

การซื้อปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทไว้โดยไม่ค่อยใช้งาน มีความเสี่ยงเรื่องคุณภาพงานพิมพ์ และการดูแลหัวพิมพ์ โดยเฉพาะเมื่อปล่อยเครื่องทิ้งไว้นาน จนเกิดปัญหาหมึกไหลไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจต้องใช้หมึกเพิ่มเติมในการทำความสะอาด

คู่มือการแก้ปัญหาของเครื่องพิมพ์บางรุ่นระบุว่า ระบบจะทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามความจำเป็น และไม่แนะนำให้ถอดปลั๊กทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ระบบดูแลหัวพิมพ์อัตโนมัติ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งการสั่งล้างหัวพิมพ์บ่อยเกินไปยังทำให้ใช้หมึกโดยไม่จำเป็น (2022-12-19) [3]

เวลาและค่าเดินทางไปร้านพิมพ์ควรรวมเป็นต้นทุนไหม?

ซื้อปริ้นเตอร์คุ้มไหม

ควรรวมเวลา และค่าเดินทางเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไปใช้ร้านพิมพ์โดยเฉพาะ เพราะต้นทุนของการไม่มีเครื่องเอง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่าบริการต่อหน้า แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรับเอกสารด้วย

สรุป ความคุ้มระหว่างซื้อปริ้นเตอร์กับใช้ร้านพิมพ์

สุดท้าย การซื้อปริ้นเตอร์เองเหมาะกับคนที่พิมพ์เอกสารเป็นประจำ มีปริมาณงานค่อนข้างแน่นอน และต้องการความสะดวกในการพิมพ์ทันที ส่วนการใช้ร้านพิมพ์เหมาะกับคนที่พิมพ์ไม่บ่อย ไม่ต้องการดูแลเครื่อง หรือมีงานพิมพ์จำนวนมากเป็นครั้งคราว จนได้รับราคาพิเศษจากร้าน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง