
ค่าเงินบาทอ่อน คืออะไร กระทบอะไรบ้าง
- Wynn
- 9 views

ค่าเงินบาทอ่อน คือ ภาวะที่เงินบาทมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ทำให้ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกเงินต่างประเทศจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้ต้นทุนสินค้านำเข้าและค่าใช้จ่ายต่างประเทศอาจสูงขึ้น ขณะที่ผู้ส่งออกหรือผู้รับรายได้ต่างประเทศอาจแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผลกระทบขึ้นอยู่กับรายรับ รายจ่าย และภาระหนี้ต่างประเทศของแต่ละคน
เงินบาทอ่อนอาจช่วยเพิ่มรายรับเมื่อแปลงเงินต่างประเทศกลับเป็นเงินบาท แต่ในทางกลับกันก็ทำให้ผู้ที่ต้องซื้อเงินต่างประเทศมีต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้น การพิจารณาผลกระทบจึงต้องดูว่าใครเป็นผู้รับเงิน ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และมีต้นทุนหรือภาระหนี้ในสกุลใด
ให้ดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินต่างประเทศ หากต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกเงินสกุลเดิมจำนวนเท่าเดิม แสดงว่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลนั้น เช่น ตัวอย่างสมมติ จากเดิมใช้ 34 บาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนเป็น 36 บาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐไม่ได้หมายความว่าจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงิน เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเป็นการเปรียบเทียบมูลค่าระหว่างเงินแต่ละคู่ และได้รับอิทธิพลจากปัจจัยในตลาดการเงินที่แตกต่างกัน (2011-07-20) [1]
ข้อดีของเงินบาทอ่อนมักเกิดกับผู้ที่รับรายได้เป็นเงินต่างประเทศ หรือธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการให้ชาวต่างชาติ เพราะเงินต่างประเทศจำนวนเท่าเดิมอาจแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเสมอไป
ผู้ส่งออกที่ขายสินค้าโดยกำหนดราคาเป็นเงินต่างประเทศอาจได้รับเงินบาทมากขึ้นเมื่อแลกรายได้กลับมา หากยอดขายและราคาสินค้าในสกุลเงินเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จึงอาจช่วยเพิ่มรายรับเมื่อคิดเป็นเงินบาท
อย่างไรก็ตาม ผลดีต่อธุรกิจส่งออกยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิตและความต้องการซื้อจากต่างประเทศด้วย เพราะแม้ค่าเงินจะเอื้อประโยชน์ แต่ยอดขายก็อาจไม่เพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัว
ผู้ที่รับค่าจ้าง เงินเดือน หรือค่าบริการเป็นเงินต่างประเทศอาจแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น เช่น ฟรีแลนซ์ที่รับค่าจ้างเป็นดอลลาร์สหรัฐ หากได้รับเงินจำนวนเท่าเดิมและเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่รายรับจริงยังขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมการโอนเงิน อัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการ และสกุลเงินที่ใช้รับชำระด้วย
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือเงินสกุลซึ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท อาจแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น ทำให้ค่าอาหาร ที่พัก หรือบริการในประเทศไทยมีราคาถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินสกุลของตน หากราคาขายในเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลง
สถานการณ์นี้อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจด้านค่าใช้จ่ายของการท่องเที่ยวไทย แต่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของธุรกิจยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น ค่าเดินทาง ความปลอดภัย และความต้องการท่องเที่ยว
ข้อเสียของเงินบาทอ่อนมักเกิดกับผู้ที่ต้องใช้เงินบาทซื้อเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้นำเข้าสินค้า ผู้เดินทางไปต่างประเทศ และผู้มีภาระหนี้เงินตราต่างประเทศ เพราะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อชำระเงินจำนวนเดิม
ธุรกิจที่นำเข้าสินค้า เครื่องจักร หรือวัตถุดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นเงินต่างประเทศ อาจต้องจ่ายเงินบาทมากขึ้นเมื่อเงินบาทอ่อนค่า หากราคาสินค้าในสกุลเงินเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อราคาขายภายในประเทศ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้สินค้าทุกชนิดแพงขึ้นทันที เพราะยังขึ้นอยู่กับต้นทุนเดิม การแข่งขัน และการตัดสินใจตั้งราคาของผู้ประกอบการ
คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศอาจต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลกเงินสำหรับค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าเดินทาง ส่วนผู้ที่ซื้อสินค้าหรือสมัครบริการออนไลน์ซึ่งคิดราคาเป็นเงินต่างประเทศก็อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ก่อนชำระเงินควรตรวจอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้จริง รวมถึงค่าธรรมเนียมและส่วนต่างราคาซื้อขาย เพราะต้นทุนแลกเงินอาจแตกต่างจากอัตราที่เห็นในข่าว โดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ อธิบายว่าส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรา (2011-07-20) [1]
ผู้ที่มีภาระหนี้เป็นดอลลาร์สหรัฐหรือเงินสกุลอื่นอาจต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการชำระหนี้จำนวนเท่าเดิม หากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่เป็นหนี้
อย่างไรก็ตาม หากผู้กู้มีรายรับเป็นเงินสกุลเดียวกับหนี้ ผลกระทบอาจแตกต่างจากผู้ที่มีรายรับเป็นเงินบาททั้งหมด จึงควรพิจารณาสกุลเงินของรายรับและหนี้ควบคู่กัน
ตัวอย่างสมมติ กำหนดให้เงินบาทอ่อนจาก 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยจำนวนเงินดอลลาร์และราคาสินค้าไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเลขทั้งหมดในตารางเป็นสถานการณ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนจริงหรือสถิติจากแหล่งอ้างอิง
สถานการณ์ | 34 บาท/ดอลลาร์ | 36 บาท/ดอลลาร์ |
|---|---|---|
จ่ายค่าบริการต่างประเทศ 20 ดอลลาร์ | 680 บาท | 720 บาท |
ชำระค่าสินค้านำเข้า 1,000 ดอลลาร์ | 34,000 บาท | 36,000 บาท |
รับรายได้ส่งออก 500 ดอลลาร์ | 17,000 บาท | 18,000 บาท |
จากตัวอย่าง ผู้ที่ต้องจ่ายเงินดอลลาร์มีค่าใช้จ่ายเป็นเงินบาทสูงขึ้น ขณะที่ผู้รับเงินดอลลาร์สามารถแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น โดยยังไม่รวมค่าธรรมเนียม ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนอื่นที่อาจเปลี่ยนแปลง
มีโอกาสทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น แม้ผู้บริโภคจะไม่ได้ซื้อสินค้าต่างประเทศโดยตรง เพราะสินค้าหรือบริการในไทยบางประเภทมีต้นทุนเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและพลังงานนำเข้า หากต้นทุนเหล่านี้เพิ่มขึ้นก็อาจกระทบราคาที่ต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะแพงขึ้นเสมอไป
ไม่เสมอไป เพราะแม้เงินบาทอ่อนอาจทำให้ผู้ส่งออกแลกรายได้ต่างประเทศเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่กำไรยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบหรือเครื่องจักรนำเข้าที่อาจมีต้นทุนสูงขึ้น หากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนก็อาจลดลงหรือไม่ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นเลย
ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยจะขยายตัว 10.0% ในปี 2564 และ 6.3% ในปี 2565 โดยระบุปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นและปริมาณการส่งออกที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า สะท้อนว่าการประเมินการส่งออกต้องพิจารณาปัจจัยอื่นนอกเหนือจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย (2021-04-07) [2]
ไม่เสมอไป เพราะแม้เงินบาทอ่อนอาจทำให้สินทรัพย์ต่างประเทศมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท แต่ราคาหุ้น กองทุน หรือสินทรัพย์ที่ลงทุนก็อาจปรับลดลงได้เช่นกัน
ก่อนลงทุนควรตรวจทั้งผลตอบแทนของสินทรัพย์ สกุลเงินที่ใช้ลงทุน และนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นเงินบาทอย่างเหมาะสม
ไม่จำเป็น เพราะเงินบาทอ่อนอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือการเคลื่อนย้ายเงินทุน จึงไม่สามารถใช้ค่าเงินบาทเพียงอย่างเดียวตัดสินภาวะเศรษฐกิจไทยได้
ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายในรายงานนโยบายการเงินว่า ค่าเงินบาทและดัชนีค่าเงินบาทสามารถอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐได้ ขณะเดียวกันการประเมินเศรษฐกิจยังต้องพิจารณาการส่งออก การท่องเที่ยว และปัจจัยด้านอื่นร่วมด้วย (2021-04-07) [2]
เงินบาทอ่อนหมายถึงต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกเงินต่างประเทศจำนวนเท่าเดิม ส่วนเงินบาทแข็งหมายถึงใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเงินต่างประเทศจำนวนเท่าเดิม จึงส่งผลต่อรายรับและรายจ่ายต่างประเทศในทิศทางตรงกันข้าม
หากต้องการเปรียบเทียบอีกด้านว่า ค่าเงินบาทแข็ง คือ อะไร สามารถอ่านต่อเพื่อทำความเข้าใจผลต่อผู้นำเข้า ผู้ส่งออก นักท่องเที่ยว และผู้ลงทุนต่างประเทศได้ครบทั้งสองสถานการณ์

เงินบาทอ่อนไม่ได้มีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากันสำหรับทุกคน เพราะผู้ส่งออกและผู้รับรายได้ต่างประเทศอาจแลกเงินเป็นเงินบาทได้มากขึ้น ขณะที่ผู้นำเข้า นักท่องเที่ยวไทย และผู้มีหนี้ต่างประเทศอาจต้องจ่ายแพงขึ้น การประเมินผลกระทบจึงควรดูสกุลเงินของรายรับ รายจ่าย ต้นทุน และภาระหนี้ร่วมกัน ไม่ใช่ตัดสินจากทิศทางค่าเงินเพียงอย่างเดียว

