open banking คืออะไร เชื่อมข้อมูลการเงินยังไง

open banking คือ

open banking คือ การเชื่อมข้อมูลการเงินจากธนาคาร ไปยังผู้ให้บริการรายอื่นผ่าน API โดยผู้ใช้เป็นผู้ให้ความยินยอม เพื่อใช้บริการ เช่น รวมข้อมูลบัญชีในแอปเดียว หรือส่งข้อมูลประกอบการสมัครสินเชื่อ ผู้รับข้อมูลจะเข้าถึงได้ตามสิทธิ์ที่อนุญาต จึงควรตรวจสอบก่อนว่าขอข้อมูลอะไร นำไปใช้เพื่ออะไร และยกเลิกการเชื่อมต่อได้อย่างไร

การเชื่อมข้อมูลการเงินทำงานอย่างไร?

ผู้ใช้เริ่มจากเลือกบริการที่ต้องการ แล้วระบบจะแจ้งว่าต้องใช้ข้อมูลอะไร จากธนาคารบ้าง จากนั้นจึงยืนยันตัวตน และให้ความยินยอม ผ่านช่องทางที่กำหนด ก่อนธนาคารส่งข้อมูลตามขอบเขตที่อนุญาต ขั้นตอนอาจต่างกันในแต่ละบริการ จึงควรอ่านรายละเอียดก่อนกดยืนยันเสมอ

API เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลอย่างไร?

API เป็นช่องทางที่ช่วยให้ระบบต่าง ๆ สื่อสารและรับส่งข้อมูลกันได้ ตามรูปแบบที่กำหนด เมื่อนำมาใช้กับข้อมูลการเงิน ระบบของผู้ให้บริการ จึงขอรับข้อมูลจากธนาคารได้ตามสิทธิ์ โดยผู้ใช้ไม่ต้องรวบรวม และกรอกข้อมูลเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องมีระบบยืนยันตัวตน และตรวจสอบสิทธิ์ควบคู่กัน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล โดยไม่ได้รับอนุญาต

ก่อนให้ความยินยอมต้องรู้อะไรบ้าง?

ควรรู้ว่าผู้รับข้อมูลคือใคร ขอข้อมูลประเภทใด ใช้เพื่ออะไร และเข้าถึงได้นานแค่ไหน หากขอข้อมูลเกินกว่าที่จำเป็นต่อบริการ ควรสอบถามเหตุผลก่อนตัดสินใจ ดังนั้นการขอความยินยอมต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ขอไว้

ข้อมูลแบบไหนที่สามารถเชื่อมต่อได้?

ข้อมูลอาจเป็นรายละเอียดบัญชี ยอดเงินคงเหลือ หรือประวัติรายการเงินเข้าออก ขึ้นอยู่กับระบบ และบริการที่รองรับ ผู้ใช้ไม่ได้จำเป็นต้องเปิดข้อมูลทุกบัญชี หรือทุกประเภท ให้ผู้รับข้อมูลเสมอไป ก่อนเชื่อมต่อจึงควรตรวจว่าบริการนั้น รองรับธนาคารใด และให้เลือกขอบเขตข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน

ใครสามารถรับข้อมูลการเงินของเราได้?

ผู้รับข้อมูลอาจเป็นธนาคาร ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือแอปที่ให้บริการ เกี่ยวกับการจัดการเงิน ตามกรอบที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ช่องทางติดต่อ และสถานะการอนุญาต หรือการกำกับดูแลที่ตรงกับบริการนั้น หากมีการเปิดเผยข้อมูลต่อให้ผู้อื่น ก็ควรอ่านรายละเอียดว่าใครจะได้รับข้อมูล และนำไปใช้ทำอะไร

ต้องให้รหัสผ่านธนาคารกับแอปอื่นไหม?

การเชื่อมข้อมูลผ่าน API ที่ออกแบบอย่างเหมาะสม ไม่ควรต้องมอบรหัสผ่านธนาคาร ให้แอปอื่นเก็บไว้ แต่ใช้การยืนยันตัวตนกับธนาคาร และสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ที่ระบบออกให้ตามการอนุญาต หากมีผู้ขอรหัสผ่าน PIN หรือให้บอก OTP ผ่านโทรศัพท์หรือแชต ควรหยุดและตรวจสอบกับธนาคาร ผ่านช่องทางทางการก่อน

Open Banking มีผู้ใช้งานมากแค่ไหน?

Open Banking มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Open Banking Limited ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2025 สหราชอาณาจักรมีผู้ใช้งาน Open Banking ที่ใช้งานอยู่ 13.3 ล้านราย ครอบคลุมทั้งบุคคลทั่วไป และธุรกิจขนาดเล็ก ตัวเลขนี้สะท้อนการใช้งานบริการ ที่ช่วยให้จัดการข้อมูลทางการเงิน และติดตามรายรับรายจ่ายได้สะดวกขึ้น (2025-05-16) [1]

ช่วยเลือกบริการทางการเงินได้อย่างไร?

เมื่อได้รับอนุญาต ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลรายรับรายจ่าย เพื่อประเมินและเสนอทางเลือก ที่เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น เช่น ใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ หรือช่วยวางแผนจัดการเงิน แต่ข้อเสนอที่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคุ้มที่สุดเสมอ จึงควรเปรียบเทียบดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขก่อนเลือกใช้

ธุรกิจนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?

ธุรกิจอาจเชื่อมข้อมูลบัญชี เข้ากับระบบบัญชี หรือระบบบริหารเงิน เพื่อลดการกรอกรายการซ้ำ และช่วยตรวจสอบยอดรับจ่าย การรวบรวมข้อมูลได้สะดวกขึ้น ยังช่วยให้มองเห็นกระแสเงินสด และวางแผนชำระค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดให้ชัด ว่าใครมีอำนาจอนุญาตการเชื่อมต่อ และพนักงานคนใดเข้าดูข้อมูลได้บ้าง

Open Banking ใช้จ่ายเงินอย่างไร?

ในบริการที่รองรับ ผู้ใช้เลือกชำระผ่าน Open Banking บนหน้าร้านค้าหรือแอป เลือกธนาคาร แล้วเข้าสู่ช่องทางของธนาคาร เพื่อตรวจสอบผู้รับเงินและยอดชำระ เมื่อผู้ใช้ยืนยัน ธนาคารจึงดำเนินการชำระเงินจากบัญชี และแจ้งผลกลับไปยังบริการนั้น

อนุญาตให้ดูข้อมูลแล้วโอนเงินได้ด้วยไหม?

สิทธิ์อ่านข้อมูลบัญชี ไม่ได้หมายถึงสิทธิ์สั่งจ่าย หรือโอนเงินโดยอัตโนมัติ บางระบบมีบริการเริ่มต้นการชำระเงินด้วย แต่ต้องมีการอนุญาต และยืนยันตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ก่อนยืนยันจึงควรอ่านให้ชัด ว่ากำลังอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล หรือกำลังอนุมัติรายการชำระเงินจริง

ก่อนเชื่อมบัญชีควรตรวจความปลอดภัยอย่างไร?

ควรเข้าใช้ผ่านแอป หรือเว็บไซต์ทางการ พร้อมตรวจชื่อผู้ให้บริการ และรายละเอียดสิทธิ์ที่ขอทุกครั้ง หากมี มิจฉาชีพโทรมาอ้างธนาคาร แล้วเร่งให้กดลิงก์หรือเชื่อมบัญชี ควรหยุดและติดต่อธนาคารด้วยตนเอง การมีชื่อหรือโลโก้ธนาคารบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นบริการจริง

ใช้ API แล้วข้อมูลจะไม่รั่วไหลใช่ไหม?

การใช้ API ช่วยกำหนดช่องทาง และขอบเขตการรับส่งข้อมูลได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหมดไป ข้อมูลยังอาจได้รับผลกระทบ จากระบบของผู้รับข้อมูลถูกโจมตี การตั้งค่าสิทธิ์ไม่เหมาะสม หรือผู้ใช้หลงเข้าแอปปลอม จึงควรเลือกผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้ อัปเดตอุปกรณ์ และยกเลิกการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น

ไม่ยินยอมให้เชื่อมข้อมูล ยังใช้ธนาคารได้ไหม?

โดยทั่วไป การไม่เชื่อมข้อมูลกับผู้ให้บริการภายนอก ไม่ได้ทำให้บัญชีธนาคารเดิมใช้งานไม่ได้ แต่บริการเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นอาจใช้งานไม่ได้ หรืออาจต้องส่งเอกสารผ่านช่องทางอื่นแทน ควรสอบถามทางเลือกก่อนตัดสินใจ เพื่อพิจารณาว่าประโยชน์ที่ได้รับ เหมาะกับข้อมูลที่ต้องเปิดเผยหรือไม่

ข้อมูลที่เชื่อมผ่าน Open Banking อัปเดตตลอดเวลาหรือไม่?

ข้อมูลไม่ได้อัปเดตทันทีทุกบริการ เพราะขึ้นอยู่กับรอบเรียกข้อมูล และเงื่อนไขของระบบ ตัวอย่างเช่น กฎสหภาพยุโรป กำหนดให้ผู้ให้บริการข้อมูลบัญชี เรียกข้อมูลขณะที่ผู้ใช้ไม่ได้ร้องขอโดยตรงได้ไม่เกิน 4 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่มีข้อตกลงให้เรียกถี่ขึ้น และผู้ใช้ยินยอม ดังนั้น ก่อนใช้ยอดเงินในแอปประกอบการตัดสินใจ ควรตรวจเวลาที่อัปเดตล่าสุดด้วย (2018-12-21) [2]

สรุป เชื่อมข้อมูลให้สะดวก พร้อมควบคุมสิทธิ์ของตัวเอง

open banking คือ

Open Banking ช่วยให้ผู้ใช้นำข้อมูลการเงิน ไปใช้กับบริการอื่นได้สะดวกขึ้น ทั้งการจัดการเงิน การทำบัญชี และการสมัครสินเชื่อ สิ่งที่ควรตรวจให้ชัดคือใครรับข้อมูล ขอข้อมูลอะไร ใช้เพื่ออะไร และหยุดการเข้าถึงได้อย่างไร เมื่อเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้ ก็จะเลือกใช้บริการได้ตรงความต้องการ และดูแลข้อมูลของตัวเองได้ดีขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง