มิจฉาชีพโทรมาอ้างธนาคาร เช็กยังไงก่อนเชื่อ

มิจฉาชีพโทรมาอ้างธนาคาร

มิจฉาชีพโทรมาอ้างธนาคาร อาจเริ่มจากแจ้งว่าบัญชีมีปัญหา มีรายการใช้จ่ายผิดปกติ หรือมีคนแอบนำข้อมูลไปเปิดบัญชี ก่อนเร่งให้บอก OTP ติดตั้งแอป หรือโอนเงินตามคำแนะนำ หากเจอสายลักษณะนี้ ควรหยุดทำรายการและวางสาย แล้วติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง คำถามต่อไปนี้ จะช่วยให้สังเกตสัญญาณเตือน และรับมือได้อย่างมีสติ

จะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่โทรมาเป็นมิจฉาชีพ?

ให้สังเกตว่าปลายสายขอข้อมูลลับ สั่งให้ติดตั้งแอป หรือเร่งให้โอนเงินหรือไม่ เพราะเป็นสัญญาณที่ควรหยุดคุย และตรวจสอบทันที แม้อีกฝ่ายพูดจาน่าเชื่อถือ หรืออธิบายขั้นตอนเหมือนเจ้าหน้าที่ ก็ยังใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้ วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยคือวางสาย แล้วโทรหาธนาคาร จากหมายเลขทางการที่หาเอง

คนโทรมารู้ชื่อและข้อมูลบัญชีของเรา เชื่อได้ไหม?

ยังเชื่อไม่ได้ เพราะการรู้ข้อมูลบางส่วน ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารจริง ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนถึงกลโกง ที่คนร้ายบอกข้อมูลได้ถูกต้อง แล้วอ้างว่ามีหนี้บัตรเครดิต เพื่อทำให้เหยื่อตกใจ อย่าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้อีกฝ่ายพูดเรื่องราวได้สมจริงขึ้น และควรตรวจสอบกับธนาคารโดยตรง ก่อนทำตามคำแนะนำใด ๆ (2023-04-10) [1]

ถ้าเบอร์ที่โทรมาแสดงชื่อธนาคาร ยังต้องระวังไหม?

ยังต้องระวัง และไม่ควรใช้ชื่อหรือหมายเลข ที่แสดงบนหน้าจอ เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว ให้พิจารณาสิ่งที่ปลายสายขอให้ทำร่วมด้วย โดยเฉพาะการเปิดเผยรหัส หรือทำรายการเกี่ยวกับเงิน หากต้องการตรวจสอบ ให้กดหมายเลขจากหลังบัตร หรือเว็บไซต์ทางการของธนาคารเอง แทนการโทรกลับจากประวัติสายเข้า

ถ้าปลายสายขอ OTP เพื่อยกเลิกรายการ ควรบอกไหม?

OTP ห้ามบอกใคร แม้จะอ้างว่าต้องใช้ยกเลิกรายการ หรือป้องกันเงินหายก็ตาม รหัสนี้อาจใช้ยืนยันการเข้าถึงบัญชี หรือทำธุรกรรม ซึ่งมิจฉาชีพสามารถนำไปใช้ ร่วมกับข้อมูลอื่นได้ หากมีรหัสส่งมาโดยที่เราไม่ได้เริ่มทำรายการ ให้หยุดคุยและติดต่อธนาคาร เพื่อตรวจสอบทันที

ถ้าถูกขอให้ติดตั้งแอป เพื่อแก้ปัญหาบัญชี ต้องทำอย่างไร?

อย่าติดตั้งแอปจากลิงก์ หรือไฟล์ที่ปลายสายส่งมา และอย่าเปิดสิทธิ์ควบคุมเครื่องตามคำบอก คนร้ายอาจหลอกให้ดาวน์โหลดแอปควบคุมระยะไกล เพื่อเข้าควบคุมโทรศัพท์ และย้ายเงินออกจากบัญชี หากธนาคารมีเรื่องให้ดำเนินการจริง ให้ตรวจสอบขั้นตอน ผ่านช่องทางทางการก่อนเสมอ

ถ้าปลายสายขอให้แชร์หน้าจอ หรือเปิดแอปธนาคาร ทำได้ไหม?

ควรปฏิเสธการแชร์หน้าจอ และหยุดเปิดแอปธนาคาร ตามคำสั่งของสายที่ยังยืนยันตัวตนไม่ได้ การแชร์หน้าจอ อาจทำให้อีกฝ่ายเห็นข้อมูลบัญชี ยอดเงิน หรือข้อความสำคัญที่ปรากฏขึ้น หากกำลังแชร์อยู่ ให้หยุดแชร์และวางสาย ก่อนติดต่อธนาคาร เพื่อตรวจสอบว่าต้องป้องกันบัญชีเพิ่มเติมหรือไม่

ถ้าอ้างว่าต้องโอนเงินไปบัญชีปลอดภัย ควรเชื่อไหม?

ไม่ควรโอนเงินตามคำอ้าง ว่าต้องย้ายเงินไปบัญชีปลอดภัย หรือส่งเงินไปตรวจสอบ การบอกว่าเงินกำลังเสี่ยง แล้วเร่งให้ทำตามทันที เป็นเหตุให้ควรหยุด และตรวจสอบกับธนาคารก่อน แม้บัญชีปลายทางจะมีชื่อบุคคล หรือคำอธิบายที่ดูน่าเชื่อถือ ก็ไม่ได้ยืนยันว่าเงินจะปลอดภัย

ถ้าแจ้งว่ามีหนี้หรือบัญชีเกี่ยวข้องกับคดี ต้องทำตามทันทีไหม?

ไม่ต้องทำธุรกรรม ตามคำสั่งของปลายสาย เพียงเพราะถูกขู่ว่าจะมีคดี หรือถูกระงับบัญชี มิจฉาชีพอาจอ้างเรื่องหนี้บัตรเครดิต แล้วส่งสายต่อให้คนที่ปลอมเป็นตำรวจ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ให้แยกตรวจสอบเรื่องบัญชีกับธนาคาร และเรื่องคดีกับหน่วยงานที่ถูกอ้าง ผ่านช่องทางที่หาเอง

ถ้าปลายสายส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูล ควรกดไหม?

ไม่ควรกดลิงก์ หรือกรอกข้อมูล จากข้อความที่ส่งมาต่อ เนื่องจากสายต้องสงสัย เพราะเว็บไซต์ปลอม อาจทำหน้าตาให้คล้ายเว็บไซต์ธนาคาร เพื่อหลอกเอาชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และ OTP ให้เปิดแอปธนาคารที่ใช้อยู่ตามปกติ หรือเข้าเว็บไซต์ทางการด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบเรื่องที่ถูกแจ้ง

ถ้าถูกขอให้สแกนใบหน้า เพื่อปลดล็อกบัญชี ต้องทำอย่างไร?

อย่าสแกนใบหน้าผ่านลิงก์ หรือทำตามคำสั่งของสายต้องสงสัย รายงานประจำปี 2024 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุถึงมาตรการสแกนใบหน้าเมื่อโอนเงิน 50,000 บาทขึ้นไป จึงไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงการตรวจสอบข้อมูล ก่อนสแกนให้เช็กว่า กำลังยืนยันรายการอะไร หากไม่ได้เริ่มทำเอง ให้หยุดและติดต่อธนาคาร (2025-04-16) [2]

ควรพูดอย่างไรเมื่อต้องการหยุดสาย?

พูดสั้น ๆ ว่า “ขอตรวจสอบกับธนาคารโดยตรงก่อน แล้วจะติดต่อผ่านช่องทางทางการเอง” จากนั้นวางสายได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องโต้เถียง หรือพยายามจับผิดจนอีกฝ่ายยอมรับ อย่าทำรายการระหว่างรอสาย และไม่ต้องคุยต่อเพียงเพราะถูกกดดัน ว่าห้ามวางสาย

จะติดต่อธนาคารกลับอย่างไรให้ปลอดภัย?

ใช้หมายเลขจากหลังบัตร แอปธนาคารที่ติดตั้งใช้งานอยู่ หรือเว็บไซต์ทางการที่ตรวจสอบชื่อโดเมนแล้ว หลีกเลี่ยงหมายเลข และลิงก์ที่คนโทรเข้ามาเป็นผู้ส่งให้ รวมถึงอย่าให้อีกฝ่าย โอนสายไปหาเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าตรวจสอบให้ได้ เมื่อโทรติดแล้ว ให้เล่าเหตุการณ์ และขอให้ธนาคารตรวจสอบ ว่ามีปัญหาบัญชี หรือมีการติดต่อเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่

ถ้าเผลอบอกข้อมูลหรือ OTP ไปแล้วต้องทำอย่างไร?

ให้ติดต่อธนาคารทันที พร้อมบอกว่าเปิดเผยข้อมูลอะไรไป และเกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการผิดปกติ และพิจารณาระงับบริการ หรือช่องทางที่มีความเสี่ยงตามความเหมาะสม หากต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน ให้ทำผ่านช่องทางทางการ บนอุปกรณ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัย โดยไม่ต้องรอให้เงินหายก่อนจึงแจ้งเหตุ

เผลอติดตั้งแอปหรือให้สิทธิ์ควบคุมเครื่องแล้ว ควรทำอะไรก่อน?

ให้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ของเครื่องที่สงสัย และหยุดใช้เครื่องนั้นทำธุรกรรมทางการเงิน ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องที่ปลอดภัยติดต่อธนาคาร เพื่อแจ้งความเสี่ยง และขอระงับช่องทางที่อาจถูกเข้าถึง หลังจากนั้นจึงตรวจสอบ และจัดการแอปต้องสงสัยตามคำแนะนำ โดยอย่าคิดว่าการลบแอปเพียงอย่างเดียว หมายความว่าบัญชีปลอดภัยแล้ว

ถ้าโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ต้องติดต่อใคร?

รีบติดต่อธนาคารและสายด่วน AOC 1441 เพื่อแจ้งเหตุ และขอประสานระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุว่า ศูนย์ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมสลิป เลขบัญชีปลายทาง เวลาเกิดเหตุ และหลักฐานการติดต่อให้พร้อม อย่าโอนเงินเพิ่มให้ผู้ที่อ้างว่าช่วยเอาเงินคืนได้ และรีบแจ้งความตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ (สืบค้นเมื่อ 2026-10-19) [3]

สรุป เช็กให้ชัวร์ด้วยการวางสายแล้วติดต่อธนาคารเอง

มิจฉาชีพโทรมาอ้างธนาคาร

เมื่อมีสายอ้างเป็นธนาคาร ให้ดูว่าอีกฝ่ายกำลังขอข้อมูลลับ ขอให้ติดตั้งแอป หรือเร่งให้โอนเงินหรือไม่ หากพบสิ่งน่าสงสัย ให้หยุดทำรายการ วางสาย และติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการที่หาเอง แม้ปลายสายจะรู้ข้อมูลส่วนตัว หรือพูดเรื่องราวได้สมจริง ก็ยังต้องตรวจสอบก่อนเชื่อ และหากเผลอทำตามไปแล้ว ควรรีบแจ้งเหตุทันที

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง