
ตอบคำถามเรื่อง เงินเฟ้อ ทำไมทำให้เงินเดือนมีค่าน้อยลง ?
- Wagyu
- 19 views

เหตุผลที่ เงินเฟ้อ ทำไมทำให้เงินเดือนมีค่าน้อยลง เพราะ เงินเฟ้อ ทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น ขณะที่เงินเดือนของเราอาจยังเท่าเดิม ผลคือเงินจำนวนเดิมซื้อของได้น้อยกว่าเดิม หรือที่เรียกว่ากำลังซื้อของเงินลดลง ดังนั้น แม้ตัวเลขเงินเดือนในบัญชีจะไม่ได้ลด แต่ในชีวิตจริงเราจะรู้สึกว่าเงินหมดเร็วขึ้นและเหลือเก็บน้อยลง
เพราะเงินเดือนคือจำนวนเงินที่เราได้รับ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เงินจำนวนนั้นซื้ออะไรได้บ้าง เมื่อราคาของกิน ค่าเดินทาง ที่อยู่อาศัย หรือบริการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ เงินเดือนจำนวนเดิมจึงมีอำนาจในการซื้อลดลง แม้เราจะยังได้เงินเท่าเดิมทุกเดือนก็ตาม
เงินเฟ้อ (Inflation) คือ ภาวะที่ ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นต้องแพงขึ้นพร้อมกัน แต่หมายถึงระดับราคาโดยรวมสูงขึ้น
เมื่อเกิดเงินเฟ้อ เงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลงกว่าเดิม โดยในไทยจะใช้อัตราการเปลี่ยนแปลงของ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เป็นเครื่องมือหลักในการวัดเงินเฟ้อ
เพราะสิ่งที่ลดลงไม่ใช่จำนวนเงินเดือน แต่คือ กำลังซื้อของเงิน เช่น เดิมมีเงิน 100 บาทซื้อของได้ครบตามที่ต้องการ แต่เมื่อราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น เงิน 100 บาทเท่าเดิม ก็ซื้อของได้น้อยลง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายไว้ตรง ๆ ว่า เงินเฟ้อทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมมีค่าลดลงในแง่การซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้นถ้าเงินเดือนยังเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น เราก็จะรู้สึกว่าเงินเดือนมีค่าน้อยลง แม้ตัวเลขบนสลิปจะไม่เปลี่ยนก็ตาม (2 ธันวาคม 2020) [1]
ถ้าสมมติว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 5% และราคาสินค้าโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน เงินเดือน 15,000 บาทที่ยังเท่าเดิมจะมีกำลังซื้อเทียบกับปีก่อนประมาณ 14,286 บาท (คำนวณจาก 15,000 ÷ 1.05) กล่าวคือ เราไม่ได้เสียเงินออกจากบัญชีไป 714 บาท แต่ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อของชุดเดิม
ทำให้กำลังซื้อที่แท้จริงลดลงประมาณนั้น ตัวเลข 5% ในตัวอย่างนี้เป็น สมมติฐานเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันของไทย โดยหลักการคำนวณรายได้จริงจะนำรายได้ที่เป็นตัวเงินมาปรับด้วยระดับราคา หรือเงินเฟ้อ
ถ้ามองเป็นตัวเลข เงินเดือนไม่ได้ลด แต่ถ้ามองในแง่ รายได้จริงหรือกำลังซื้อ ก็ถือว่าลดลงได้ เช่น สมมติเงินเดือนเพิ่มจาก 15,000 บาทเป็น 15,300 บาท หรือเพิ่ม 2% แต่ราคาสินค้าโดยรวมเพิ่ม 5% แม้จะได้เงินมากขึ้น 300 บาท แต่รายได้ใหม่ 15,300 บาทจะมีกำลังซื้อเทียบกับระดับราคาเดิมประมาณ 14,571 บาทเท่านั้น
จึงยังซื้อของได้น้อยกว่าเดิม หลักการนี้ตรงกับแนวคิด “ค่าจ้างที่แท้จริง” ซึ่งนำค่าจ้างที่เป็นตัวเงินมาปรับด้วยเงินเฟ้อเพื่อดูว่ากำลังซื้อของแรงงานเพิ่มขึ้นหรือลดลง

เงินเฟ้อทำให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้น และกระทบหลายด้านพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อรายได้เพิ่มไม่ทันราคาสินค้า เช่น
ดังนั้น เงินเฟ้อไม่ได้กระทบแค่ของแพงขึ้น แต่ยังทำให้เงินเดือนเท่าเดิมต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น และเหลือเงินสำหรับออม ลงทุน หรือใช้จ่ายด้านอื่นน้อยลงด้วย
ไม่ใช่ หากอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ก็ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกอย่างจะขึ้นราคา 3% พร้อมกัน เพราะเงินเฟ้อเป็นการวัด การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการโดยรวมในตะกร้า CPI สินค้าบางชนิดอาจแพงขึ้นมาก บางชนิดราคาแทบไม่เปลี่ยน หรือบางชนิดอาจถูกลงก็ได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะเห็นอาหารบางอย่างขึ้นราคา 10% ในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้อโดยรวมต่ำกว่านั้นมาก
เพราะคนรายได้น้อยมักต้องใช้เงินในสัดส่วนสูงกับ ของจำเป็นที่ลดการใช้จ่ายได้ยาก โดยเฉพาะอาหาร ข้อมูลจาก ธปท. ระบุว่า กลุ่มรายได้น้อยมีสัดส่วนหมวดอาหารในตะกร้าการใช้จ่ายประมาณ 44% เทียบกับ 28% ในกลุ่มรายได้สูง (4 มีนาคม 2026) [2]
ดังนั้น หากราคาอาหารเพิ่มขึ้น คนรายได้น้อยจึงมักได้รับผลกระทบต่อเงินที่เหลือใช้มากกว่า และมีพื้นที่ในการตัดรายจ่ายน้อยกว่าคนที่มีรายได้สูง
เพราะตัวเลขเงินเฟ้อเป็นค่าเฉลี่ยจากตะกร้าสินค้าและบริการของครัวเรือนโดยรวม แต่ ตะกร้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น คนที่ใช้เงินกับอาหารมากอาจรู้สึกว่าค่าครองชีพเพิ่มแรง หากช่วงนั้นราคาอาหารขึ้นเร็ว ขณะที่คนที่ใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่มอื่นอาจรู้สึกน้อยกว่า
ไม่เสมอไป เพราะ เงินเฟ้อลดลง หมายถึงราคาสินค้าโดยรวม “เพิ่มช้าลง” ไม่ได้แปลว่าราคาจะลดกลับลงมา เช่น จากเดิมราคาขึ้นเร็วมาก แล้วปีต่อมาขึ้นช้าลง เราก็จะเห็นอัตราเงินเฟ้อลดลง ทั้งที่ราคาของยังสูงกว่าเดิมอยู่ การที่ราคาสินค้าลดลงเป็นวงกว้างและต่อเนื่องจะเป็นอีกภาวะหนึ่งที่เรียกว่า เงินฝืด (Deflation)
เพราะเมื่อราคาปรับสูงขึ้นจากต้นทุนต่าง ๆ เช่น วัตถุดิบ ค่าแรง พลังงาน หรือค่าขนส่ง ระดับราคาใหม่อาจกลายเป็นฐานที่ผู้ผลิตและผู้ขายใช้ต่อไป แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะลดลงในภายหลัง ราคาจึงไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเท่าเดิม

หากค่าครองชีพเพิ่มเร็วกว่ารายได้ เป้าหมายหลักคือพยายามรักษากำลังซื้อและลดช่องว่างระหว่างรายรับกับรายจ่าย โดยเริ่มจากเรื่องที่ควบคุมได้ก่อน เช่น
หากอยากเช็กอัตราเงินเฟ้อของไทยล่าสุด แหล่งข้อมูลหลักที่ควรดูคือ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูล ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และอัตราเงินเฟ้อของไทยเป็นประจำทุกเดือน พร้อมดูข้อมูลย้อนหลัง แยกตามภูมิภาค และรายงานประกอบได้ด้วย
เงินเฟ้อทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น ต่อให้เงินเดือนยังได้เท่าเดิมทุกเดือน กำลังซื้อของเราก็อาจลดลง เพราะต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อของหรือใช้ชีวิตแบบเดิม หากรายได้เพิ่มช้ากว่าเงินเฟ้อ เราก็อาจรู้สึกว่าเงินเดือนน้อยลง ทั้งที่ตัวเลขไม่ได้เปลี่ยนเลย

