
50 ทวิ คือ อะไร ฟรีแลนซ์ต้องเก็บไว้ทำไม
- เฮียเกา
- 9 views

50 ทวิ คือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินเป็นคนออกให้ผู้รับเงินที่ถูกหักภาษี ฟรีแลนซ์บางคนเรียกสั้นๆ ว่าใบหัก ณ ที่จ่าย หรือใบทวิ เป็นกระดาษที่บอกว่าเงินก้อนนี้ถูกหักภาษีไปแล้วเท่าไหร่
พูดง่ายๆ คือเวลาลูกค้าจ่ายค่างานให้เรา เขาอาจโอนมาไม่เต็มจำนวนเพราะหักภาษีส่วนหนึ่งไปนำส่งกรมสรรพากรแทนเรา ส่วนที่หักไปไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นภาษีที่จ่ายล่วงหน้า และใบ 50 ทวิ คือหลักฐานที่ใช้ยืนยันเรื่องนี้ตอนยื่นภาษีประจำปี
เอกสารนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับพนักงานประจำอย่างเดียว คนทำงานอิสระ นักเขียน หรือคนรับงานเสริมที่ถูกลูกค้าหักภาษีก็ควรได้รับด้วย ถ้าไม่เคยเห็นเลยแปลว่าลูกค้าอาจไม่ได้หัก หรือหักแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งใบให้
ในใบจะมีชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงิน กับชื่อและเลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน จากนั้นระบุประเภทเงินได้ที่ถูกหัก ยอดเงินที่จ่าย และจำนวนภาษีที่หักไว้ ตามที่ KKP สรุปไว้ในบทความเดือนกันยายน 2026 (2026-09-08) [1]
พอได้รับเอกสารมา ให้ตรวจชื่อกับเลขบัตรของเราก่อนว่าสะกดถูกไหม ยอดเงินตรงกับที่ได้รับจริงหรือเปล่า และวันที่จ่ายอยู่ในปีภาษีที่ต้องการ ถ้าข้อมูลผิดเพียงจุดเดียวอาจเสียเวลาแก้ตอนใกล้ยื่นภาษี
ใบนี้ยังมีประโยชน์นอกเหนือจากการยื่นภาษี เพราะบางที่ใช้เป็นหลักฐานยืนยันรายได้ตอนสมัครสินเชื่อหรือบัตรเครดิต และช่วยให้เรากลับมาดูยอดรายได้กับภาษีที่ถูกหักระหว่างปีได้ง่ายขึ้น
ค่าจ้างบริการโดยทั่วไปมักถูกหักในอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดค่าจ้าง และถ้าจ่ายไม่ถึง 1,000 บาทต่อครั้ง อาจได้รับยกเว้นไม่ต้องหัก ตามที่ KKP อธิบายไว้ในบทความเดือนกันยายน 2026
งานบางประเภทอัตราต่างออกไป อาทิ ค่าโฆษณา 2 เปอร์เซ็นต์ ค่าขนส่ง 1 เปอร์เซ็นต์ และค่าเช่า 5 เปอร์เซ็นต์ ตามตารางสรุปของเว็บ Money Buffalo ปี 2024 ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลรอง ตัวเลขจริงควรเช็กกับกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนใช้
อีกเรื่องที่ควรรู้คือผู้จ่ายที่นำส่งผ่านระบบ e-WHT อาจหักเหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ โดยกรมสรรพากรแถลงเมื่อ 16 มิถุนายน 2026 ว่า ครม. อนุมัติขยายมาตรการนี้ถึง 31 ธันวาคม 2027 แต่ตัวกฎกระทรวงฉบับเต็มยังยืนยันไม่ได้ จึงควรถามลูกค้าว่าหักกี่เปอร์เซ็นต์

เวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ให้นำรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ในใบ 50 ทวิ ไปกรอกในแบบ ระบบจะคำนวณภาษีทั้งปีก่อน แล้วเอาภาษีที่ถูกหักไปแล้วมาหักออก ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นต้องจ่ายเพิ่มหรือมีสิทธิ์ขอคืน
เกณฑ์ยื่นภาษีของคนมีรายได้จากงานอิสระคือเงินได้เกิน 60,000 บาทสำหรับคนโสด และเกิน 120,000 บาทสำหรับคู่สมรส ตามที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อสิงหาคม 2026 และแหล่งข้อมูลรองระบุว่าแม้ภาษีสุทธิเป็นศูนย์ก็ยังต้องยื่น
ปีภาษี 2568 ที่ยื่นในปี 2026 ยื่นกระดาษได้ถึง 31 มีนาคม และยื่นออนไลน์ได้ถึง 8 เมษายน ส่วนปีภาษี 2569 ยังไม่พบประกาศกำหนดวันยื่นที่ยืนยันได้ จึงควรเตรียมใบ 50 ทวิ ให้ครบตั้งแต่ต้นปี
ตัวอย่างนี้ผู้เขียนคำนวณเอง ไม่ใช่ตัวอย่างทางการ และสมมติว่าเป็นคนโสดที่มีเงินได้จากงานอิสระอย่างเดียว ถ้ารับค่างานรวม 100,000 บาท ถูกหัก 3 เปอร์เซ็นต์ จะมีภาษีที่ถูกหักไว้ 3,000 บาท ตามที่ปรากฏในใบ 50 ทวิ
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50 เปอร์เซ็นต์ได้ 50,000 บาท แล้วหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิเหลือศูนย์ ภาษีที่ต้องเสียจึงเป็นศูนย์ และภาษี 3,000 บาทที่ถูกหักไปล่วงหน้าก็ขอคืนได้ทั้งจำนวน
อีกกรณีคือรับค่างาน 400,000 บาท หักเหมาได้ 100,000 บาทตามเพดาน หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือ 240,000 บาท ภาษีคือ 4,500 บาท ขณะที่ถูกหักไว้ 12,000 บาท ขอคืนได้ราว 7,500 บาท โดยยังไม่นับค่าลดหย่อนอื่น
ผู้จ่ายมีหน้าที่ออกใบ 50 ทวิ ให้ผู้ถูกหักภาษี และสำหรับงานฟรีแลนซ์ควรออกทันทีทุกครั้งที่หักภาษี ตามที่ Daily News และ KKP อธิบายไว้ ขั้นแรกจึงควรทักไปขอเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น แชตหรืออีเมล โดยระบุงาน วันที่รับเงิน และยอดที่ถูกหัก (2025-02-17) [2]
ระหว่างรอ ให้เก็บใบแจ้งหนี้ สัญญา หรือใบเสนอราคา และสลิปโอนเงินไว้ เพราะเอกสารพวกนี้ช่วยยืนยันว่าเรารับงานจริงและยอดที่ได้รับน้อยกว่ายอดตกลง ถ้าลูกค้าเงียบ KKP แนะนำกรณีนายจ้างให้แจ้งสรรพากรพื้นที่ที่ผู้จ่ายจดทะเบียนไว้ ส่วนแนวทางทางการสำหรับฟรีแลนซ์ยังยืนยันไม่ได้
ฝั่งผู้จ่ายมีบทลงโทษถ้าไม่ออกใบ โดยเว็บกฎหมาย Legardy สรุปว่าปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 35 แต่ยังไม่ได้ตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบัน จึงไม่ควรใช้ข่มลูกค้า การคุยดีๆ และขอใบอย่างสุภาพมักได้ผลมากกว่า

ถ้าใบหายหรือชำรุด ต้องขอใหม่จากผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ขอที่กรมสรรพากร ตามที่ Daily News อธิบายเมื่อกุมภาพันธ์ 2025 ใบแทนต้องเขียนคำว่าใบแทนไว้ด้านบนและลงลายมือชื่อรับรอง โดยผู้จ่ายเก็บสำเนาไว้ออกให้ได้
ผู้จ่ายต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปถ้ายื่นกระดาษ และภายในวันที่ 15 ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต ตามปฏิทินภาษีบนเว็บกรมสรรพากรที่ปรับปรุงล่าสุดกันยายน 2026 (2026-09-17) [3]
ฝั่งคนรับเงินมีทางเช็กเพิ่มผ่านระบบ D-MyTax ซึ่งดึงข้อมูลเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาให้อัตโนมัติ แต่จะมีข้อมูลก็ต่อเมื่อผู้จ่ายนำส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 ถ้าไม่ขึ้นก็ยังสรุปไม่ได้ว่าลูกค้าไม่ได้นำส่ง
เรื่องระยะเวลาเก็บ ยังไม่พบกฎทางการที่ระบุจำนวนปีชัดเจน KKP แนะนำให้เก็บไว้ทุกปีโดยไม่ได้ระบุจำนวนปี ทางที่ปลอดภัยคือเก็บทั้งฉบับกระดาษและถ่ายรูปหรือสแกนไว้ในโฟลเดอร์แยกตามปีภาษี
ควรเก็บเอกสารที่เชื่อมกับใบนั้นไว้ด้วย อาทิ สัญญาจ้าง ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และสลิปโอนเงิน เพราะถ้ายอดในใบ 50 ทวิ ไม่ตรงกับยอดเงินเข้าบัญชีจริง เอกสารเหล่านี้ช่วยอธิบายส่วนต่างได้
ลองทำตารางสรุปง่ายๆ ในสเปรดชีตว่างานไหนรับเงินวันที่เท่าไหร่ ถูกหักเท่าไหร่ และได้รับใบแล้วหรือยัง พอถึงช่วงยื่นภาษีจะเหลือแค่เอาตัวเลขมากรอก และรู้ทันทีว่าใบไหนยังขาด
50 ทวิ เป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ ที่ผู้จ่ายเงินออกให้ผู้รับเงิน ใช้เป็นหลักฐานว่าถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ และนำไปกรอกตอนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ไม่ทุกคน ใบนี้จะมีเมื่อผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่าย ถ้าลูกค้าไม่ได้หักก็ไม่มีใบ แต่รายได้ก้อนนั้นยังต้องนับรวมตอนยื่นภาษี และถ้าถูกหักก็ควรได้รับใบทุกครั้ง
ยังยืนยันจากแหล่งทางการไม่ได้ มีบทความ Daily News ธันวาคม 2024 เล่าว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้เครดิตภาษีเพราะไม่มีใบ แม้ผู้จ่ายนำส่งแล้ว จึงควรขอใบจากลูกค้าให้ได้ และสอบถามสรรพากรพื้นที่ก่อนตัดสินใจ
ไม่ได้ ต้องขอใบแทนจากผู้จ่ายเงินซึ่งมีสำเนาเก็บไว้ ตามที่ Daily News อธิบาย ถ้าผู้จ่ายไม่ตอบ ให้ติดต่อสรรพากรพื้นที่ที่ผู้จ่ายจดทะเบียนไว้

