ฟรีแลนซ์รับงานได้กี่งาน? คำนวณจากกำลังทำจริง

ฟรีแลนซ์รับงานได้กี่งาน

ฟรีแลนซ์รับงานได้กี่งาน ไม่มีจำนวนตายตัว ควรคำนวณจากชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริง หักเวลาประสานงาน งานหลังบ้าน งานที่รับไว้ และช่วงเผื่อแก้ไข แล้วนำเวลาที่เหลือมาเทียบกับเวลาของงานใหม่ โดยไม่จัดคิวเต็มทุกชั่วโมง

ฟรีแลนซ์ต้องดูอะไรก่อนรับงานเพิ่ม?

ก่อนรับงานใหม่ต้องตรวจทั้งเวลาที่เหลือและภาระของงาน ไม่ควรนับเพียงจำนวนลูกค้าหรือชิ้นงาน เพราะงานที่มี ขอบเขตงานฟรีแลนซ์ ต่างกันอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน แม้ชื่อบริการหรือวันส่งจะใกล้เคียงกัน

ข้อมูลที่ต้องตรวจรายละเอียดที่ควรถามหรือระบุใช้ประเมินอะไร
งานที่กำลังทำงานเดิมที่ยังไม่เสร็จและขั้นตอนที่เหลือภาระที่ต้องปิดก่อนรับงานใหม่
สิ่งที่ต้องส่งประเภท จำนวน ขนาด และรูปแบบไฟล์ขนาดและความซับซ้อนของงาน
กำหนดส่งวันที่และเวลาที่ลูกค้าต้องการรับงานความเร่งด่วนและโอกาสที่วันส่งจะชนกัน
รอบแก้ไขจำนวนรอบ ขอบเขต และผู้อนุมัติงานเวลาที่อาจเพิ่มขึ้นหลังส่งร่าง
การประชุมและประสานงานนัดประชุม รับข้อมูล และตอบข้อความเวลาทำงานที่ไม่เกิดเป็นชิ้นงานโดยตรง
งานหลังบ้านทำใบเสนอราคา วางบิล และจัดส่งไฟล์เวลาที่ต้องหักออกจากกำลังผลิต
เวลาสำรองงานแก้ ข้อมูลล่าช้า และเหตุฉุกเฉินพื้นที่ในคิวที่ไม่ควรนำไปรับงานใหม่

ควรอัปเดตเวลาที่ใช้จริงหลังจบแต่ละงาน แล้วเปรียบเทียบกับเวลาที่ประเมินไว้ หากงานประเภทเดิมใช้เวลามากกว่าแผนซ้ำ ควรปรับชั่วโมงมาตรฐานก่อนคำนวณรอบถัดไป

ขั้นตอนคำนวณจำนวนงานที่รับไหว

ให้เลือกรอบเวลาที่ต้องการวางแผนก่อน เช่น รายสัปดาห์หรือรายเดือน แล้วประเมินทุกงานด้วยหน่วยเวลาเดียวกัน จำนวนงานที่คำนวณได้เป็นเพียงเพดานเบื้องต้น จึงต้องตรวจวันส่งและภาระงานแก้ก่อนตอบรับลูกค้า

ขั้นตอนที่ 1 หาเวลาทำงานที่ใช้ได้จริง

กำหนดชั่วโมงทำงานทั้งหมดในรอบนั้น แล้วหักเวลางานประจำ การเรียน การดูแลครอบครัว การเดินทาง การพัก และธุระส่วนตัว นับเฉพาะช่วงที่สามารถลงมือทำงานได้จริง ไม่ควรถือว่าเวลาว่างทั้งหมดบนปฏิทินเป็นเวลาผลิตงาน

ขั้นตอนที่ 2 หักเวลาประสานงานและงานหลังบ้าน

กันเวลาสำหรับประชุม ตอบข้อความ รับข้อมูล ทำใบเสนอราคา วางบิล และจัดส่งไฟล์ออกจากเวลาผลิตงาน แม้งานเหล่านี้ไม่ปรากฏเป็นชิ้นงานที่ส่งให้ลูกค้า แต่เป็นภาระที่ต้องทำและใช้เวลาเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 3 ประเมินเวลาของงานเดิมและเวลาสำรอง

แจกแจงเวลาที่งานเดิมยังต้องใช้ ตั้งแต่ค้นข้อมูล ผลิตงาน ตรวจคุณภาพ ส่งร่าง ไปจนถึงแก้ไข พร้อมกันเวลาสำหรับข้อมูลล่าช้า ปัญหาไฟล์ งานแก้เกินคาด และเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรนำเวลาสำรองไปรับงานใหม่ตั้งแต่ต้น

ขั้นตอนที่ 4 คำนวณเวลาว่างสำหรับงานใหม่

นำชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริงมาหักเวลางานหลังบ้าน งานเดิม และเวลาสำรอง เพื่อหาชั่วโมงที่เหลือสำหรับรับงานใหม่ เวลาที่เหลือจึงเป็นกำลังผลิตที่นำมาใช้พิจารณางานใหม่ หากเหลือเวลาเพียงเล็กน้อย ควรเก็บไว้รองรับความคลาดเคลื่อนแทนการนับเป็นคิวว่าง

ขั้นตอนที่ 5 เทียบเวลางานใหม่กับกำหนดส่ง

ประเมินเวลาผลิต ประสานงาน ตรวจงาน และแก้ไขของงานใหม่ แล้วเทียบกับเวลาว่างและตำแหน่งคิวก่อนกำหนดส่ง แม้ชั่วโมงรวมจะเพียงพอ แต่หากหลายงานต้องส่งพร้อมกันหรือกระจายเวลาทำไม่ได้ ก็ยังไม่ควรรับเพิ่มโดยไม่เจรจาลดขอบเขตหรือเลื่อนวันส่งก่อน

สูตรคำนวณจำนวนงานที่รับได้

หากงานใหม่มีขนาดและความซับซ้อนใกล้เคียงกัน สามารถคำนวณจำนวนงานเบื้องต้นจากชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริง โดยหักภาระงานเดิม งานหลังบ้าน และเวลาสำรองก่อนนำเวลาที่เหลือมาเทียบกับงานใหม่

สูตรที่ 1: ชั่วโมงว่างสำหรับงานใหม่ = ชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริง − เวลางานหลังบ้าน − เวลางานเดิม − เวลาสำรอง

สูตรที่ 2: จำนวนงานที่รับได้ = ชั่วโมงว่างสำหรับงานใหม่ ÷ ชั่วโมงที่ใช้ต่อหนึ่งงาน

  • ชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริง คือเวลาที่เหลือหลังหักเวลาส่วนตัวและภารกิจอื่นแล้ว
  • เวลางานหลังบ้าน คือเวลาประชุม ประสานงาน วางบิล และจัดการเอกสารของงานเดิมหรือภาระงานทั่วไป
  • เวลางานเดิม คือเวลาที่ยังต้องใช้กับงานที่รับไว้แล้ว
  • เวลาสำรอง คือเวลาที่กันไว้รองรับงานแก้และเหตุล่าช้า
  • ชั่วโมงที่ใช้ต่อหนึ่งงาน คือเวลาผลิต ประสานงาน ตรวจสอบ และส่งงานใหม่ โดยไม่รวมเวลาสำรองที่กันไว้แล้ว

หากผลลัพธ์ไม่เป็นจำนวนเต็ม ควรนับเฉพาะงานที่ทำเสร็จได้จริง และตรวจสอบกำหนดส่งก่อนตอบรับ โดยไม่นับเวลาประสานงานหรือเวลาสำรองซ้ำกัน ส่วนงานที่มีขนาดแตกต่างกันควรประเมินชั่วโมงแยกตามแต่ละงาน

ตัวอย่างสมมติคำนวณกำลังรับงาน

ตัวเลขทั้งหมดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ เพื่อสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง ฟรีแลนซ์ควรแทนค่าด้วยเวลาที่บันทึกจากงานจริงและเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละราย

ตัวอย่างสมมติที่ 1 งานมีขนาดใกล้เคียงกัน

สมมติมีชั่วโมงทำงานที่ใช้ได้จริง 40 ชั่วโมง หักงานหลังบ้าน 8 ชั่วโมง งานเดิม 16 ชั่วโมง และเวลาสำรอง 4 ชั่วโมง จะเหลือเวลาสำหรับงานใหม่ 12 ชั่วโมง หากงานหนึ่งใช้เวลา 6 ชั่วโมง จะรับเพิ่มได้ 12 ÷ 6 = 2 งาน

ตรวจผลโดยรวมงานใหม่ 2 งานใช้เวลา 12 ชั่วโมง เมื่อนำไปรวมกับงานหลังบ้าน งานเดิม และเวลาสำรองจะเท่ากับ 40 ชั่วโมงพอดี จึงไม่มีเวลารับงานเพิ่มในรอบเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติที่ 2 งานหลายขนาดอยู่ในคิวเดียวกัน

สมมติมีเวลาสำหรับงานใหม่ 18 ชั่วโมง งานแรกใช้ 8 ชั่วโมง งานที่สองใช้ 5 ชั่วโมง และงานขนาดเล็กใช้ 4 ชั่วโมง เวลารวมคือ 17 ชั่วโมง จึงเหลือ 1 ชั่วโมงซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับงานขนาดเล็กอีกหนึ่งชิ้น

กรณีนี้ไม่ควรนำ 18 ชั่วโมงหารด้วยเวลาเฉลี่ยต่องาน เพราะอาจทำให้รับงานผิดขนาด ควรเรียงงานตามชั่วโมงที่ใช้และกำหนดส่ง แล้วเลือกชุดงานที่ทำเสร็จได้ภายในคิวจริง

ตัวอย่างสมมติที่ 3 มีงานด่วนแทรก

สมมติเหลือเวลาสำหรับงานใหม่ 10 ชั่วโมง แต่งานด่วนต้องใช้เวลาผลิต 7 ชั่วโมง เวลาประสานงาน 2 ชั่วโมง และต้องกันเวลาสำรองเพิ่มเติมอีก 2 ชั่วโมง งานนี้จึงต้องใช้พื้นที่ในคิวรวม 11 ชั่วโมง ซึ่งเกินกำลังที่เหลืออยู่

แม้เวลาผลิตงานหลักจะไม่เกิน 10 ชั่วโมง แต่เมื่อรวมภาระที่เกี่ยวข้องแล้วไม่สามารถรับได้ตามแผนเดิม ทางเลือกคือเจรจากำหนดส่ง ลดขอบเขต หรือเลื่อนงานอื่นโดยได้รับความยินยอมก่อนตอบรับ

สัญญาณใดบอกว่ารับงานเกินกำลัง?

สัญญาณสำคัญคือ ต้องเลื่อนงานเดิมหรือใช้เวลาสำรองทั้งหมดเพื่อเริ่มงานใหม่ หากเหตุการณ์นี้เกิดซ้ำ แสดงว่าจำนวนงานในคิวเกินกำลังทำจริง แม้งานบางชิ้นยังไม่ถึงกำหนดส่งก็ตาม

  • เริ่มงานช้ากว่าแผนเป็นประจำ
  • ส่งงานเฉียดกำหนดทุกครั้ง
  • งานแก้สะสมจนชนงานใหม่
  • ไม่มีเวลาตรวจคุณภาพก่อนส่ง
  • ต้องใช้วันพักมาปิดงาน
  • ลูกค้าต้องติดตามความคืบหน้าบ่อย
  • เวลาที่ใช้จริงสูงกว่าที่ประเมินต่อเนื่อง
  • ไม่มีพื้นที่รองรับงานด่วนหรือไฟล์มีปัญหา

เวลาทำงานทั้งหมดเป็นเวลาผลิตงานจริงหรือไม่?

ไม่ใช่ เพราะการประชุม อีเมล และการประสานงานใช้เวลาส่วนหนึ่งของวัน Microsoft สำรวจผู้ทำงานเต็มเวลาและผู้ประกอบอาชีพอิสระ 31,000 คนใน 31 ตลาด โดยพบว่า 68% มีเวลาจดจ่อไม่เพียงพอ ส่วนข้อมูล Microsoft 365 แสดงเวลาสื่อสาร 57% และเวลาสร้างงาน 43% ตัวเลขเหล่านี้เป็นบริบทของกลุ่มตัวอย่าง ไม่ควรใช้แทนสัดส่วนเวลาของฟรีแลนซ์ทุกคน (2023-05-09) [1]

ควรเพิ่มจำนวนงานด้วยการขยายเวลาทำงานหรือไม่?

ไม่ควรใช้การทำงานนานขึ้นเป็นวิธีหลักในการเพิ่มจำนวนงาน เพราะอาจกระทบคุณภาพงาน เวลาพัก และสุขภาพ WHO และ ILO ระบุว่าการทำงานเป็นเวลานานสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อสุขภาพ ฟรีแลนซ์จึงควรปรับขอบเขต กำหนดส่ง หรือจำนวนงานให้ตรงกับกำลังทำจริงแทน (2021-05-17) [2]

สรุปฟรีแลนซ์ควรรับงานได้กี่งาน?

ฟรีแลนซ์รับงานได้กี่งาน

ฟรีแลนซ์รับงานได้กี่งานต้องคำนวณจากชั่วโมงทำงานสุทธิ เวลาที่งานแต่ละชิ้นใช้ และวันที่ต้องส่ง ไม่ควรตัดสินจากจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว ก่อนรับงานใหม่ต้องหักงานหลังบ้าน งานเดิม และเวลาสำรอง พร้อมตรวจเวลาที่ใช้จริงเพื่อปรับแผนรอบถัดไป

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง