
Reorder Point คือ จุดสั่งซื้อใหม่แบบไหน? ควรสั่งเท่าไร
- Wynn
- 17 views

reorder point คือ ระดับสินค้าคงเหลือที่ร้านควรเริ่มสั่งสินค้าใหม่ เพื่อให้ของรอบใหม่มาถึงก่อนสินค้าหมด คำนวณจากยอดขายเฉลี่ยต่อวัน ระยะเวลารอสินค้า และสต็อกเผื่อ จุดนี้ใช้บอกว่า “ควรสั่งเมื่อไร” แต่ไม่ได้บอกว่าแต่ละครั้งต้องสั่งกี่ชิ้น
ร้านต้องรู้ข้อมูลของสินค้าแต่ละรายการ ไม่ควรใช้จุดสั่งซื้อเดียวกับสินค้าทั้งหมด เพราะยอดขาย เวลาจัดส่ง และความเสี่ยงสินค้าขาดอาจต่างกัน ตารางนี้สรุปข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มคำนวณ
| ข้อมูลที่ต้องใช้ | หมายถึงอะไร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน | จำนวนสินค้าที่ขายได้โดยเฉลี่ยในวันที่เปิดขาย | ประเมินสินค้าที่จะถูกใช้ระหว่างรอของ |
| ระยะเวลารอสินค้า | เวลาตั้งแต่สั่งจนสินค้าพร้อมขาย | กำหนดว่าต้องมีของรองรับนานเพียงใด |
| สต็อกเผื่อ | สินค้าที่กันไว้รองรับยอดขายเพิ่มหรือของมาช้า | ลดความเสี่ยงสินค้าหมด |
| สินค้าพร้อมขาย | สินค้าที่มีอยู่และขายให้ลูกค้าได้จริง | ใช้เปรียบเทียบกับจุดสั่งซื้อ |
| สินค้าที่กำลังรับเข้า | สินค้าที่สั่งแล้วและมีข้อมูลส่งมอบชัดเจน | ป้องกันการสั่งซ้ำ |
| สินค้าที่ถูกจอง | สินค้าที่มีผู้ซื้อหรือออเดอร์รอรับแล้ว | ป้องกันการนับของที่ขายไปแล้วเป็นของว่าง |
Zoho Inventory อธิบายว่า การคำนวณจุดสั่งซื้อควรใช้ข้อมูลยอดใช้เฉลี่ยต่อวัน ระยะเวลารอสินค้า และสต็อกเผื่อ รวมทั้งควรกำหนดแยกตามสินค้า เนื่องจากสินค้าและผู้ขายแต่ละรายอาจมีระยะเวลาจัดส่งไม่เท่ากัน (2024-07-24) [1]
การคำนวณควรเริ่มจากข้อมูลการขายและการรับสินค้าจริง ไม่ควรตั้งจุดสั่งซื้อจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เพราะการสั่งช้าอาจทำให้ของขาด ส่วนการสั่งเร็วเกินไปอาจทำให้เงินสดค้างอยู่ในสต็อกที่ยังขายไม่ได้
รวบรวมจำนวนสินค้าที่ขายได้ในช่วงเวลาที่สะท้อนพฤติกรรมปกติ แล้วหารด้วยจำนวนวันที่ร้านเปิดขาย ควรคำนวณแยกตามรหัสสินค้า สี ขนาด หรือรูปแบบ หากสินค้าเหล่านั้นมียอดขายต่างกันอย่างชัดเจน
สูตร: ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน = จำนวนสินค้าที่ขายได้ ÷ จำนวนวันที่เปิดขาย
จำนวนสินค้าที่ขายได้หมายถึงสินค้าที่ขายสำเร็จ ไม่รวมรายการยกเลิกหรือคืนสินค้า ส่วนจำนวนวันที่เปิดขายควรสอดคล้องกับช่วงข้อมูลที่เลือก หากมีวันที่สินค้าหมด ควรบันทึกไว้ เพราะยอดขายในวันนั้นอาจต่ำกว่าความต้องการจริง
ระยะเวลารอสินค้าควรเริ่มนับตั้งแต่ร้านส่งคำสั่งซื้อจนสินค้าถึงสถานที่จัดเก็บ ตรวจรับ และพร้อมขาย ไม่ควรนับถึงวันที่ผู้ขายส่งออกเพียงอย่างเดียว เพราะสินค้าอาจยังอยู่ระหว่างขนส่งหรือต้องผ่านขั้นตอนเตรียมขายเพิ่มเติม
ควรบันทึกวันสั่งและวันพร้อมขายของแต่ละรอบ หากผู้ขายแจ้งระยะเวลาหนึ่งแต่ของมาถึงช้ากว่านั้นเป็นประจำ ให้ใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงเพื่อคำนวณ การใช้ระยะเวลาที่สั้นเกินไปจะทำให้ร้านเริ่มสั่งสินค้าใหม่ช้าเกินความจำเป็น
สต็อกเผื่อคือสินค้าที่กันไว้รองรับยอดขายเพิ่มขึ้น การขนส่งล่าช้า สินค้าชำรุด หรือยอดคงเหลือคลาดเคลื่อน ร้านควรกำหนดจากความผันผวนของสินค้าแต่ละรายการ ไม่จำเป็นต้องเผื่อจำนวนเท่ากันทั้งหมด
สินค้าขายสม่ำเสมอและรับของได้ตรงเวลาอาจใช้สต็อกเผื่อน้อยกว่า ส่วนสินค้าขายเร็ว มีฤดูกาล หรือพึ่งผู้ขายที่ส่งล่าช้าบ่อยอาจต้องเผื่อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเผื่อมากเกินไปทำให้เงินจมและเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ
นำยอดขายเฉลี่ยต่อวันคูณระยะเวลารอสินค้า เพื่อหาจำนวนสินค้าที่คาดว่าจะขายระหว่างรอของ จากนั้นจึงบวกสต็อกเผื่อ ผลลัพธ์ที่ได้คือระดับสินค้าซึ่งร้านควรเริ่มออกคำสั่งซื้อใหม่
Reorder Point = (ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน × ระยะเวลารอสินค้า) + สต็อกเผื่อ
ก่อนสั่งสินค้า ให้ตรวจสินค้าพร้อมขาย หักสินค้าที่ลูกค้าจองหรือรอจัดส่ง และดูสินค้าที่กำลังรับเข้าแยกกัน หากสินค้าบางส่วนเสียหาย หมดอายุ หรือขายไม่ได้ ไม่ควรรวมไว้ในยอดพร้อมขายแม้ยังอยู่ในคลัง
ร้านควรตรวจเลขในระบบเทียบกับสินค้าจริงเป็นระยะ เพราะจุดสั่งซื้อที่คำนวณถูกต้องยังให้ผลผิดได้ หากยอดคงเหลือไม่ตรง เมื่อจำนวนสินค้าที่นำไปเปรียบเทียบลดถึง Reorder Point จึงเริ่มพิจารณาออกคำสั่งซื้อ
Reorder Point ตอบว่าเมื่อไรควรสั่ง ส่วนจำนวนที่ต้องสั่งควรพิจารณาจากยอดขายที่คาดไว้ พื้นที่เก็บ เงินทุน จำนวนขั้นต่ำของผู้ขาย และจำนวนสินค้าที่ต้องการมีหลังรับของ ไม่ควรนำค่าจุดสั่งซื้อมาใช้เป็นจำนวนสั่งโดยอัตโนมัติ
หากสินค้าขายช้าลง การสั่งจำนวนเดิมอาจทำให้มีของเกิน แต่หากยอดขายเพิ่มขึ้น จำนวนเดิมอาจไม่พอจนถึงรอบถัดไป ร้านจึงต้องกำหนดจุดสั่งซื้อและจำนวนสั่งเป็นคนละข้อมูล แม้ใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมกัน
ตัวเลขทั้งหมดต่อไปนี้เป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อสาธิตสูตร ไม่ใช่ยอดขายหรือเงื่อนไขจากธุรกิจจริง ร้านควรแทนค่าด้วยยอดขาย ระยะเวลารอสินค้า และสต็อกเผื่อของสินค้าแต่ละรายการ
สมมติร้านขายสินค้าเฉลี่ยวันละ 4 ชิ้น ผู้ขายใช้เวลาส่งจนพร้อมขาย 6 วัน และร้านกำหนดสต็อกเผื่อ 8 ชิ้น Reorder Point = (4 × 6) + 8 = 32 ชิ้น
ตรวจผลได้ว่า ร้านต้องเตรียมสินค้า 24 ชิ้นสำหรับขายระหว่างรอของ และมีสต็อกเผื่ออีก 8 ชิ้น รวมเป็น 32 ชิ้น ดังนั้น เมื่อยอดพร้อมขายลดลงถึง 32 ชิ้น ร้านควรเริ่มสั่งรอบใหม่
สมมติสินค้าขายเฉลี่ยวันละ 3 ชิ้น ระยะเวลารอสินค้า 10 วัน และกำหนดสต็อกเผื่อ 15 ชิ้น Reorder Point = (3 × 10) + 15 = 45 ชิ้น
ตรวจผลได้ว่า สินค้าที่ใช้รองรับยอดขายระหว่างรอมี 30 ชิ้น และสต็อกเผื่อ 15 ชิ้น รวมเป็น 45 ชิ้น ร้านจึงต้องเริ่มสั่งเร็วกว่าร้านที่รับของได้เร็ว แม้มียอดขายต่อวันไม่สูงมาก
สมมติร้านคาดว่าจะขายเฉลี่ยวันละ 7 ชิ้นในช่วงกิจกรรม ผู้ขายใช้เวลาส่ง 5 วัน และร้านเพิ่มสต็อกเผื่อเป็น 20 ชิ้น Reorder Point = (7 × 5) + 20 = 55 ชิ้น
ตรวจผลได้ว่า ร้านต้องมีสินค้า 35 ชิ้นสำหรับยอดขายระหว่างรอ และเผื่ออีก 20 ชิ้น รวมเป็น 55 ชิ้น หลังช่วงกิจกรรมควรใช้ข้อมูลยอดขายรอบใหม่คำนวณอีกครั้ง ไม่ควรใช้จุดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผล
Reorder Point และจำนวนสั่งซื้อเป็นข้อมูลคนละประเภท จุดสั่งซื้อช่วยระบุจังหวะเริ่มเติมสินค้า ส่วนจำนวนสั่งซื้อบอกว่าต้องซื้อเข้ามาเท่าไร การแยกสองค่านี้ช่วยลดทั้งความเสี่ยงสินค้าหมดและการซื้อของมากเกินพื้นที่หรือเงินทุน
| ประเด็นเปรียบเทียบ | Reorder Point | จำนวนสั่งซื้อ |
|---|---|---|
| ตอบคำถาม | ควรเริ่มสั่งเมื่อไร | ควรสั่งกี่ชิ้น |
| หน่วยของผลลัพธ์ | จำนวนสินค้าคงเหลือ | จำนวนสินค้าที่ซื้อเพิ่ม |
| ข้อมูลสำคัญ | ยอดขายต่อวัน ระยะเวลารอ และสต็อกเผื่อ | ความต้องการ เงินทุน พื้นที่ และขั้นต่ำผู้ขาย |
| ใช้งานเมื่อใด | ตรวจว่ายอดคงเหลือถึงระดับแจ้งเตือนหรือยัง | จัดทำคำสั่งซื้อ |
| ความเสี่ยงเมื่อตั้งสูงเกินไป | เริ่มสั่งเร็วและเงินจมในสต็อก | มีสินค้าล้นหรือขายไม่ทัน |
| ความเสี่ยงเมื่อตั้งต่ำเกินไป | สั่งช้าจนสินค้าอาจหมด | สั่งน้อยและต้องซื้อบ่อย |
หากกำหนดจุดสั่งซื้อและจำนวนสั่งสูงเกินความจำเป็น ร้านอาจเผชิญภาวะ ยอดขายดีแต่เงินไม่เหลือ เพราะเงินสดถูกใช้ซื้อสินค้ารอบใหม่ ขณะที่สินค้ารอบเดิมยังอยู่ในคลัง จึงต้องพิจารณากระแสเงินสดควบคู่กับความพร้อมขาย
ข้อมูลต่างประเทศสะท้อนว่า รอบหมุนเวียนและการซื้อสินค้าเข้าสต็อกต้องพิจารณาตามลักษณะธุรกิจ ไม่ควรนำตัวเลขของอุตสาหกรรมหนึ่งมาใช้กำหนดจุดสั่งซื้อของอีกอุตสาหกรรมโดยตรง เพราะสินค้า ระยะเวลาขาย และเงื่อนไขการจัดหาแตกต่างกัน
Statistics Canada รายงานว่า ผู้จำหน่ายรถยนต์ใหม่ในแคนาดามีรอบหมุนเวียนสินค้าคงคลังเฉลี่ย 67 วัน และเพิ่มการซื้อสินค้าเข้าคลัง 2.2% ในปี 2024 ตัวเลขนี้ใช้เป็นบริบทของธุรกิจรถยนต์เท่านั้น ร้านค้าจึงยังต้องคำนวณ Reorder Point จากยอดขายและระยะเวลารอสินค้าของตนเอง (2026-02-11) [2]

Reorder Point คือระดับสินค้าคงเหลือที่ใช้เตือนให้ร้านเริ่มสั่งของใหม่ คำนวณจากยอดขายเฉลี่ยต่อวันคูณระยะเวลารอสินค้าแล้วบวกสต็อกเผื่อ ร้านต้องคำนวณแยกตามสินค้า ตรวจยอดพร้อมขายจริง และปรับค่าเมื่อยอดขายหรือการจัดส่งเปลี่ยน โดยกำหนดจำนวนที่จะสั่งแยกจากจุดสั่งซื้อ

