วิธีคิด ต้นทุน กำไร สำหรับคนขายของ คำนวณทีละขั้นอย่างไร

วิธีคิด ต้นทุน กำไร

วิธีคิด ต้นทุน กำไร เริ่มจากนำรายได้จากสินค้าที่ขายได้จริง หักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายขายทั้งหมด เงินที่เหลือจึงเป็นกำไร ไม่ควรใช้ยอดขายหรือยอดเงินเข้าบัญชีแทนกำไร เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการรอหักออก

วิธีคิด ต้นทุน และกำไร ต้องเริ่มจากตัวเลขอะไรบ้าง?

ก่อนคำนวณควรแบ่งตัวเลขเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ รายได้จากสินค้าที่ขายได้จริง ต้นทุนที่ทำให้สินค้าพร้อมขาย และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขาย การแยกข้อมูลเช่นนี้ช่วยให้คำนวณตามลำดับและไม่เผลอนับยอดขายทั้งหมดเป็นกำไร

สูตรพื้นฐานที่คนขายของควรจำคือ กำไร = รายได้จากการขาย − ต้นทุนสินค้า − ค่าใช้จ่ายขาย หากต้องการรู้ผลต่อชิ้นให้ใช้ข้อมูลต่อชิ้น แต่หากต้องการประเมินผลทั้งรอบขาย ต้องรวมค่าใช้จ่ายประจำรอบเพิ่มเติมด้วย

ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่าย

เริ่มจากบันทึกจำนวนสินค้าที่ซื้อ จำนวนที่ขายได้ ราคาขายจริง ราคาหลังหักส่วนลด และเงินที่ได้รับคืนจากแพลตฟอร์ม จากนั้นรวบรวมใบเสร็จ ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม และค่าโฆษณาของรอบเดียวกัน

หากใช้ AI ช่วยจัดหมวดหมู่ ควรตรวจว่า ข้อมูลอะไรไม่ควรส่งให้ ai เช่น ชื่อลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เลขคำสั่งซื้อ และข้อมูลการชำระเงิน โดยแทนข้อมูลจริงด้วยรหัสหรือตัวเลขสมมติก่อนนำไปประมวลผล

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณต้นทุนสินค้าที่พร้อมขาย

ต้นทุนสินค้าไม่ได้มีเพียงราคาซื้อ แต่รวมค่าใช้จ่ายที่ทำให้สินค้าพร้อมขาย เช่น ค่าขนส่งเข้าร้านและค่าตรวจสินค้า สำหรับสินค้าที่มีต้นทุนเท่ากัน ให้หาต้นทุนต่อชิ้นจาก ต้นทุนรวมของล็อต ÷ จำนวนชิ้นที่พร้อมขายในล็อตนั้น หากมีของชำรุดหรือสูญหาย ให้บันทึกต้นทุนส่วนนั้นแยกไว้ ไม่ตัดจำนวนออกจากตัวหารโดยไม่ตรวจผลกระทบต่อต้นทุน

ตัวอย่างสมมติ: ร้านซื้อสินค้า 50 ชิ้น ราคา 4,000 บาท จ่ายค่าขนส่งเข้า 250 บาท และทั้ง 50 ชิ้นพร้อมขาย ต้นทุนรวมจึงเป็น 4,250 บาท หารด้วย 50 ชิ้น ได้ต้นทุน 85 บาทต่อชิ้น เมื่อนำไปขายจริง ค่อยใช้ต้นทุน 85 บาทคูณจำนวนชิ้นที่ขายได้เพื่อคำนวณกำไรของรอบนั้น

ขั้นตอนที่ 3 แยกค่าใช้จ่ายขายออกจากต้นทุนสินค้า

ค่าใช้จ่ายขายคือเงินที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้ออเดอร์สำเร็จ เช่น ค่ากล่อง วัสดุกันกระแทก ค่าคอมมิชชัน ค่ารับชำระ ส่วนลด ค่าจัดส่งที่ร้านช่วยออก และค่าโฆษณา ควรแยกแต่ละรายการเพื่อดูว่าเงินลดลงตรงจุดใด

รายงานของ Federal Reserve Banks พบว่า ธุรกิจขนาดเล็กที่มีลูกจ้างในสหรัฐฯ 56% ระบุว่าการจ่ายค่าใช้จ่ายดำเนินงานเป็นความท้าทาย และ 51% พบปัญหากระแสเงินสดไม่สม่ำเสมอ สะท้อนว่าการมียอดขายไม่ได้แปลว่าร้านจะมีเงินพร้อมใช้เสมอ (2025-03-27) [1]

ขั้นตอนที่ 4 คำนวณกำไรขั้นต้น

กำไรขั้นต้น คือรายได้จากการขายหลังหักต้นทุนสินค้า แต่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นส่วนต่างจากตัวสินค้า แต่ยังไม่ใช่เงินที่เจ้าของร้านสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด

สูตรกำไรขั้นต้นต่อชิ้น: กำไรขั้นต้น = ราคาขายจริง − ต้นทุนสินค้าต่อชิ้น

ตัวอย่างสมมติ: หากขายสินค้าราคา 180 บาท และมีต้นทุนชิ้นละ 85 บาท กำไรขั้นต้นจะเท่ากับ 95 บาทต่อชิ้น ตัวเลขนี้ยังต้องนำไปหักค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายอื่นต่อไป

ขั้นตอนที่ 5 คำนวณกำไรจริงต่อชิ้น

นำกำไรขั้นต้นมาหักค่าใช้จ่ายขายที่เกิดกับสินค้าชิ้นนั้น หากบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายร่วม เช่น ค่าโฆษณาหนึ่งแคมเปญ ควรแบ่งตามจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากแคมเปญเดียวกัน โดยไม่ปันค่าใช้จ่ายไปยังยอดขายจากช่องทางอื่น

ตัวอย่างสมมติ: สินค้าราคา 180 บาท มีต้นทุน 85 บาท ค่าบรรจุภัณฑ์ 12 บาท ค่าธรรมเนียม 5 บาท และค่าโฆษณา 18 บาท กำไรต่อชิ้นจึงเท่ากับ 60 บาท จากสูตร 180 − 85 − 12 − 5 − 18

ขั้นตอนที่ 6 คำนวณกำไรทั้งรอบขาย

การคำนวณทั้งรอบต้องใช้เฉพาะสินค้าที่ขายได้จริง ไม่ควรนับสินค้าคงเหลือเป็นรายได้ พร้อมหักค่าใช้จ่ายประจำรอบ เช่น ค่าถ่ายภาพ ค่าเดินทาง ค่าเช่าพื้นที่ หรือค่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งไม่ได้ผูกกับสินค้าเพียงชิ้นเดียว

ตัวอย่างสมมติ: ร้านขายได้ 40 ชิ้น ชิ้นละ 180 บาท มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายประจำรอบชิ้นละ 60 บาท รวมเป็น 2,400 บาท เมื่อหักค่าถ่ายภาพ 300 บาท จะเหลือกำไร 2,100 บาท ส่วนสินค้าอีก 10 ชิ้นเป็นสินค้าคงเหลือตามต้นทุน 850 บาท ยังไม่ใช่รายได้หรือกำไร

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจผลกระทบเมื่อต้นทุนเพิ่ม

เมื่อต้นทุนเพิ่ม ร้านมีหลายทางเลือก เช่น ปรับราคาขาย ลดค่าใช้จ่าย เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ลดส่วนลด หรือยอมให้กำไรต่อชิ้นลดลง การตัดสินใจควรอ้างอิงต้นทุนจริงและผลตอบรับของลูกค้า ไม่ควรขึ้นราคาจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลของ Office for National Statistics พบว่า ธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป 38% ระบุว่าจะรองรับต้นทุนการจ้างงานที่อาจเพิ่มขึ้นด้วยการให้ต้นทุนดังกล่าวลดทอนส่วนกำไร จึงเห็นได้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นอาจกระทบกำไรแม้ยอดขายไม่เปลี่ยน (2026-06-04) [2]

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจตัวเลขก่อนสรุปว่าร้านมีกำไร

ตรวจว่ายอดขายใช้ราคาหลังส่วนลดแล้ว ต้นทุนรวมค่าขนส่งเข้า ค่าใช้จ่ายขายถูกหักครบ และไม่นับสินค้าคงเหลือเป็นสินค้าที่ขายแล้ว หากมีการคืนเงิน ยกเลิกออเดอร์ หรือสินค้าเสียหาย ต้องปรับตัวเลขก่อนสรุปผลรอบนั้น

ควรเก็บตัวเลขอย่างน้อยสามระดับ ได้แก่ ต้นทุนต่อชิ้น กำไรต่อชิ้น และกำไรทั้งรอบ เพราะตัวเลขแต่ละระดับตอบคำถามต่างกัน การดูเพียงกำไรต่อชิ้นอาจทำให้มองข้ามค่าใช้จ่ายประจำเดือนหรือค่าใช้จ่ายร่วมของร้าน

สรุปวิธีคิด ต้นทุน และกำไร สำหรับคนขายของ

วิธีคิด ต้นทุน กำไร

วิธีคิด ต้นทุน และกำไรที่ถูกต้อง ต้องแยกรายได้ ต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่ายขาย และค่าใช้จ่ายทั้งรอบออกจากกัน เริ่มคำนวณจากสินค้าที่ขายได้จริง แล้วตรวจส่วนลด ค่าธรรมเนียม สินค้าคืน และสินค้าคงเหลือก่อนสรุปว่าร้านมีกำไรเท่าไร

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง